
ล็อกซเล่ย์ชิงรถไฟฟ้า/ดิจิทัล
ยื่นประมูลระบบอาณัติสัญญาณทั้ง8สายเชื่อปีหน้าโอกาสทองจากดิจิทัลอีโคโนมี
ยื่นประมูลระบบอาณัติสัญญาณทั้ง8สายเชื่อปีหน้าโอกาสทองจากดิจิทัลอีโคโนมี
ล็อกซเล่ย์ลั่นชิงประมูลโครงการยักษ์ระบบรถไฟฟ้า เน้นดิจิทัลอีโคโนมี ดันปีหน้าโต 10%
นายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ผู้ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยี เทรดดิ้ง และบริการ เปิดเผยว่า แผนปีหน้าบริษัทจะเข้าร่วมประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้ามูลค่าร่วมหลายแสนล้านบาท หรือโดยเฉลี่ยทยอยปีละ 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งบางสายจะเปิดให้ประมูลปีหน้าจากจำนวนทั้งหมดที่มี 78 สาย
สำหรับบริษัทจะเข้าร่วมประมูลระบบอาณัติสัญญาณควบคุมการเดินขบวนรถไฟ ซึ่งมีพันธมิตรบริษัท บลูสโคป สตีล จากออสเตรเลีย และหัวรถจักรจากบริษัทจีน 23 บริษัท อีกทั้งมีบริษัทต่างชาติสนใจร่วมทุนกับบริษัท คาดปีหน้าจะมีรายได้ราว 5% จากระบบอาณัติสัญญาณควบคุมขบวน โดยก่อนหน้านี้บริษัทเข้าไปติดตั้งระบบโครงสร้างหลังคาและบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในกลุ่มพลังงานบริษัทลงทุน 900 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตโรงงานไฟฟ้าโซลาร์เซลล์เพิ่มจาก 8 เมกะวัตต์ เป็น 15 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเซ็นสัญญาเดือน พ.ย.นี้ และก่อนหน้านี้ได้ลงทุนโรงไฟฟ้าไปร่วม 200 ล้านบาท อีกทั้งกำลังอยู่ระหว่างศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย โดยจับมือร่วมกับบางจากและกำลังทดสอบโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานลม ก่อนหน้าได้เข้าไปติดตั้งเสาลมที่ จ.นครราชสีมา นครศรีธรรมราช คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนกลางปีหน้า
นายธงชัย กล่าวว่า โอกาสทองของล็อกซเล่ย์ ในปีหน้าคงเป็นดิจิทัลอีโคโนมีผลักดันให้ตลาดขยายตัว ทั้งการลงทุนจากกลุ่มสถาบันการเงิน ในขณะที่บริษัทเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ มีบริษัทร่วมทุนจากญี่ปุ่นแข็งแกร่ง มีโรงงานไฟเบอร์ ออฟติก ในส่วนของทีวีดิจิทัลบริษัทจะลงทุนเป็นเฟสไป หลังจากเซ็นสัญญาติดตั้งอุปกรณ์โครงข่ายให้ ททบ.5 รวดเดียว 2 โครงการ กว่า 1,000 ล้านบาท จากภาพรวมทั้งหมดบริษัทตั้งเป้าปีหน้าจะโต 10% จากปีนี้ทำรายได้กว่า 1.59 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การลงทุนล่าสุดล็อกซเล่ย์ ตั้งบริษัท คาร์ คอนวินี่ ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ล็อกซเล่ย์ ถือ 51% บริษัท คาร์ คอนวินี่ คลับจากญี่ปุ่นถือ 40% และบริษัท เคพี จาก สปป.ลาว ถือ 9% ทำธุรกิจซ่อมสีและตัวถังรถ เคลือบสี ล้างทำความสะอาด ตั้งเป้า 5 ปี มี 100 สาขา“การเดินหน้าลงทุนปีหน้า เพราะเรามั่นใจว่ากำลังซื้อจะกลับมาดีขึ้น จะเริ่มเห็นสัญญาณไตรมาสแรก แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกด้วย อย่างไรก็ตามในปีหน้านี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากรายได้ ปี 2556 ราวกว่า 1.59 หมื่นล้านบาท “ นายธงชัย กล่าว
ด้านนายณัฐพล เดชวิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ กล่าวว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัท คาร์ คอนวินี่ จำกัด ขึ้นมา ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์เคลือบสี ล้างทำความสะอาด แบบรวดเร็วภายใน 1 วัน โดยมีผู้ถือหุ้น บริษัทล็อกซเล่ย์ 51% บริษัท คาร์ คอนวินี่ คลับจากญี่ปุ่นสัดส่วน 40% และบริษัท เคพี จากลาว ถือหุ้น 9%
ทั้งนี้แผน 5 ปี บริษัทจะเปิดทั้งหมด 100 สาขา แบ่งเป็น แฟรนไชส์ 90 สาขา ลงทุนเอง 10 สาขา ประเดิมลงทุนสาขาแรก 3040 ล้านบาท ในรูปแบบแฟลกชิปสโตร์ พื้นที่ 2 ไร่ คาดว่าจะเปิดบริการกลางปีหน้า พร้อมกับวางแผนขยายตลาดต่างประเทศ ได้แก่ เปิดบริการล้างและเคลือบสี ที่ พม่า ปีหน้า ผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น และลาวคาดว่าจะเปิดธุรกิจคาร์คอนฯ ภายใน 2 ปีข้างหน้านี้
ขณะที่แนวโน้มธุรกิจบริการซ่อมสี และตัวถังรถยนต์แบบด่วน ปัจจุบันศูนย์ซ่อมรถที่จะทะเบียนในไทย 5,000 ราย แต่มีปริมาณรถใช้บริการ 2,000 คัน/อู่ เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น 700-800 คัน/อู่ จึงพบว่าตลาดยังมีความต้องการอยู่มาก ส่วนรายได้กลุ่มธุรกิจยานยนต์ จากปัจจุบันราว 5,000-6,000 ล้านบาท ตั้งเป้าปี 2559 รายได้กลุ่มธุรกิจคาร์คอน ราว 400-500 ล้านบาท และผลักดันให้ รายได้กลุ่มบริการเพิ่มจาก 20% เป็น 50% ส่วนรายได้กลุ่มนำเข้าและจัดจำหน่าย 80% จะเหลือเพียง 50%







