
สนช.อนุมัติกม.2ฉบับ 'พัฒนาแรงงาน-คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง'
มติสนช.เห็นชอบกม.พัฒนาแรงงาน ใช้มาตรการภาษีแก่นายจ้างเพิ่มศักยภาพลูกจ้าง พร้อมกับอนุมัติกม.คนไร้ที่พึ่ง ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเร่ร่อน
มติสนช.เห็นชอบกม.พัฒนาแรงงาน ใช้มาตรการภาษีแก่นายจ้างเพิ่มศักยภาพลูกจ้าง พร้อมกับอนุมัติกม.คนไร้ที่พึ่ง ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเร่ร่อน
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมาก189 ต่อ 1 คะแนนเห็นชอบร่างพ.รบ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญที่มีพล.อ.อู้ด เบื้องบน สมาชิกสนช.เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว
ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.มีสาระสำคัญ คือ การกำหนดการรับรองความรู้ความสามารถ โดยให้มีสมุดประจำตัวเพื่อรับรองความรู้ความสามารถของแรงงานในสาขาอาชีพที่มีลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ยังให้ผู้ประกอบกิจการซึ่งจ้างงานผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด มีสิทธิที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นกรณีพิเศษสำหรับเงินได้ของผู้ประกอบกิจการเป็นจำนวนร้อยละของค่าจ้างผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ
จากนั้นที่ประชุมสนช.ได้มติเอกฉันท์ 190 เสียงเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ตามที่คณะกมธ.วิสามัญที่มีนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสนช.เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การให้มีคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยให้รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธาน พร้อมกับมีหน้าที่คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่ต้องครอบคลุมในด้านการจัดสวัสดิการสังคม การเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจการรักษาพยาบาล การส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ การส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างโอกาสในสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสนับสนุนคนไร้ที่พึ่งมีงานทำและมีที่พักอาศัยและการป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนไร้ที่พึ่ง
โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดนิยามคำว่าคนไร้ที่พึ่งให้มีความหมายว่าบุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และให้รวมถึงบุคคลที่อยู่ในสภาวะยากลำบากและไม่อาจพึ่งพาบุคคลอื่นได้
ภายหลังสนช.ได้ลงมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับแล้วนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่1 ในฐานะประธานการประชุมได้สั่งปิดประชุมสนช.ในเวลา 12.10น.เพื่อไปร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในนามสนช. ที่วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กทม.โดยสนช.จะประชุมอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.







