
ศก.จี๊ดทะลุ5.8
ธปท.เล็งปรับเป้าปีนี้/ส่งออกดีว่างงานต่ำกว่าที่คาด/พิษจลาจลไม่แรง
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.เล็งปรับเป้าเศรษฐกิจปีนี้โตทะลุ 5.8% แจงสารพัดปัจจัยบวก ส่งออกโตไม่หยุด กำลังซื้อในประเทศโต ว่างงานต่ำอีกนานนายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในระหว่างนี้จนถึงวันที่ 23 ก.ค.นี้ หากไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามากระทบ ธปท.อาจจะปรับประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ใหม่จากระดับ 4.35.8% โดยอาจจะปรับกรอบบน มากกว่า 5.8% แต่ต้องพิจารณาข้อมูลที่จะออกมาในเดือน พ.ค.นี้ประกอบด้วย
ทั้งนี้ สาเหตุที่ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ เพราะมั่นใจว่าไตรมาส 2 จะโตไม่ติดลบแน่นอน แม้เผชิญกับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองพอสมควรก็ตาม แต่ภาคการส่งออกขยายตัวได้ในระดับสูงต่อเนื่อง
ขณะที่การบริโภคในประเทศก็ชะลอตัวลงไม่มากนัก เพราะการว่างงานยังต่ำ รายได้ภาคการเกษตรก็ยังดี เห็นได้จากภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสแรกโตได้มากถึง 12% ซึ่งน่าจะเป็นแรงส่งที่ดีให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ขยายตัวได้ในระดับที่ดี
“
ถึงเศรษฐกิจจะมีปัจจัยลบจากปัญหาการเมือง แต่ยังมีแรงส่งด้านบวกอยู่หลายตัว โดยเฉพาะจากการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งเดือน เม.ย. ขยายตัวถึง 34.6% คิดเป็นมูลค่า 1.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ” นายสุชาติ กล่าวปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พื้นฐานเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง คือ อัตราการว่างงานยังต่ำ จึงเชื่อว่าแนวโน้มอัตราการว่างงานในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 นี้น่าจะยังต่ำต่อไปไม่น่าห่วง
ทั้งนี้ เท่าที่ดูผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมาน่าจะทำให้เกิดปัญหาการว่างงานชั่วคราวเท่านั้น ไม่น่าจะทำให้การว่างงานในภาพรวมเพิ่มสูงขึ้น เพราะว่างงานเพียงบางภาคธุรกิจ และที่สำคัญบางภาคธุรกิจผู้ประกอบการหลายสาขายังมีปัญหาแรงงานตึงตัวหรือขาดแคลนแรงงานอยู่ โดยเฉพาะในด้านกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และโลหะประดิษฐ์ ที่ส่งออกได้ เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า หากไม่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ เศรษฐกิจปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 7% แต่ถึงเกิดเหตุการณ์ ก็ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับประมาณ 4%
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร เพิ่งปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้โตขยายตัว 4.5% จากเดิมมองไว้เพียง 3.5% เท่านั้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกออกมาโตถึง 12% นับว่าแข็งแกร่งมาก แต่มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงมากกว่าที่คาด และปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป จะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกไปอีก 5 ปี
ขณะที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 2 น่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีโอกาสโตติดลบน้อยมาก เพราะภาคการส่งออกยังขยายตัวได้ดี ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีน่าจะโตได้ระดับ 4.55.5% เพราะเชื่อว่าปัญหาการเมืองน่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากสถานการณ์สงบเศรษฐกิจก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ ต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดปัญหาหนี้เสีย หรือสถาบันการเงินมีปัญหา ซึ่งทำให้ปัญหาลากยาวกว่า







