
เครดิตคสช.
ถึงตอนนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ถึงตอนนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำรัฐประหารและเข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลา 5 เดือนเศษ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนวิธีการบริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ได้ลั่นวาจาไว้ให้เกิดรูปธรรมอย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้นความเสื่อมศรัทธาของประชาชนจะเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากนโยบายที่ คสช.และรัฐบาลได้ประกาศว่าจะดำเนินการในหลายด้าน ปัจจุบันได้กลายเป็นนโยบายที่ไร้ผลสัมฤทธิ์
นโยบายการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่แพงกว่าราคาหน้าตั๋ว ที่ประกาศว่าจะต้องขายในราคาฉบับละไม่เกิน 90 บาท ปัจจุบันในตลาดยังขายกันในราคา 110120 บาท แพงกว่าที่ คสช.เคยประกาศไว้
นโยบายการจัดระเบียบรถตู้ วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และการจัดระเบียบตามชายหาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ คสช.ประกาศดำเนินการจัดระเบียบบนทางเท้าและขจัดปัญหามาเฟียที่ได้รับการปรบมือสนับสนุนกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ปัจจุบันได้หวนกลับมาเต็มริมถนนเหมือนเดิมอีกครั้ง สะท้อนให้ว่า คำสั่งที่ลั่นออกไปหากไม่มีการติดตามงานปัญหาจะหวนคืนมาใหม่
ล่าสุด การออกมาเปิดเผยของ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ว่า อนุกรรมการไม่สามารถปิดบัญชีความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวได้เสร็จสิ้นในเดือน ต.ค.นี้ ตามที่ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ส่งตัวเลขข้าวที่เหลือในสต๊อกให้ไม่ครบแม้จะขยายเวลาหลายครั้ง
ผลที่ตามมาคือ ผู้แทนสภาวิชาชีพผู้ตรวจสอบบัญชีที่เป็นอนุกรรมการฯ ไม่ยอมลงนามให้ปิดบัญชีหากให้ข้อมูลไม่ครบ เพราะผิดหลักการบัญชี จึงไม่สามารถรู้ผลขาดทุนที่แท้จริง
สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการสะท้อนปัญหาในการปฏิบัติงานของส่วนราชการของไทยได้เป็นอย่างดีว่ามีปัญหาอย่างหนักหน่วง
รัฐบาลต้องไม่ลืมว่า หลังจากรัฐประหาร บรรดาทหารร่วมกับบุคคลออกไปตรวจสต๊อกข้าวตามโกดังต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ทำไมวันนี้จึงยังไม่มีการสรุปตัวเลขสต๊อกข้าวและความเสียหายเสียที
จึงน่าสงสัยว่า ระบบวิธีการทำงานของทางการไทยขาดประสิทธิภาพอย่างมาก หรือมิฉะนั้นก็น่าสงสัยว่า มีเจตนาจะนับให้แนวทางการแก้ปัญหาไม่สำเร็จ
คสช.และรัฐบาลจะต้องตระหนักกับปรากฏการณ์ของปัญหาเหล่านี้ เพราะในแต่ละวันหัวหน้า คสช.สั่งการทางนโยบายนับเป็น 100 เรื่อง หากไม่มีกระบวนการติดตามประมวลผล ไม่มีทางจะเกิดผลสัมฤทธิ์







