
จับตาแก้ปัญหาแรงงานทาสประมงไทย
ประเทศไทยขึ้นชื่อในเรื่องอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลที่กลายเป็นสินค้าส่งออกไปทั่วโลก
ประเทศไทยขึ้นชื่อในเรื่องอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลที่กลายเป็นสินค้าส่งออกไปทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมการประมงกลับมีการใช้แรงงานอย่างหนัก โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย จึงกลายเป็นประเด็นที่ทางรัฐบาลไทยจะต้องหาทางแก้ไข
เอเอฟพี รายงานว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมการประมงของไทยคิดเป็น 40% ของอาหารที่ส่งออกนอกประเทศและเป็นกำลังสำคัญหลักในการผลักดันเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมดังกล่าวกลับพบว่า มีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนัก โดยไม่ได้รับค่าจ้าง
จากข้อมูลในเดือน มิ.ย. ของเดอะ การ์เดียน หนังสือพิมพ์อังกฤษ ระบุว่า กุ้งส่งออกไปยังสหรัฐเกือบ 25% และส่งออกไปยังยุโรปอีก 15% แต่ในการหากุ้งนั้นกลับพบว่ามีการใช้แรงงานทาส
หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ได้สัมภาษณ์แรงงานมากมายที่หลบหนีจากเรือประมงเหล่านั้น โดยแรงงานเหล่านั้นคิดว่าจะได้ไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรมหรืองานก่อสร้างในประเทศไทย แต่กลับต้องขึ้นเรือออกหาปลาเป็นปีๆ นอกจากนี้ยังต้องทำงานทั้งวัน รวมถึงมีการทำร้ายร่างกายอีกด้วย
ในปี 2011 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน รายงานว่า มีแรงงานถูกขายให้กัปตันของเรือประมง เพื่อให้แรงงานเหล่านั้นทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือแม้กระทั่งโอกาสในการกลับฝั่ง
เดอะ การ์เดียน ยังรายงานอีกว่า เรื่องอื้อฉาวในอุตสาหกรรมการประมงของไทยส่งผลให้ คาร์ฟูร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ในฝรั่งเศส หยุดการซื้อกุ้งจากประเทศไทยไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าประเทศไทยจะนิ่งนอนใจ โดยเอเอฟพีรายงานอ้าง ศรัณย์ เจริญสุวรรณ รองอธิการบดีกรมยุโรป ว่า ประเทศไทยไม่ได้ละเลยปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด
ประเทศไทยแก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายด้วยการนำแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างถูกกฎหมาย ด้วยการออกโครงการลงทะเบียนให้กับแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีเป้าหมายทั้งสิ้น 1.4 ล้านคน โดย 5 หมื่นคนในนั้น เป็นแรงงานอุตสาหกรรมการประมง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอีกนับร้อยนับพันคนที่ยังคงทำงานอย่างผิดกฎหมายอยู่
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการออกกฎใหม่ให้ผู้จัดการของบริษัทอุตสาหกรรมการประมงต้องมีสัญญาการจ้างงานที่ระบุเวลาการทำงานและค่าจ้างขั้นต่ำเอาไว้ รวมถึงยังห้ามไม่ให้อุตสาหกรรมเหล่านั้นใช้แรงงานเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีอีกด้วย โดยในปีที่แล้วมีบริษัท 178 แห่งภาคการประมง เข้าร่วมโครงการแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (กู้ด เลเบอร์ แพรคทิส หรือจีแอลพี) ภายใต้การอุปถัมภ์ของรัฐบาลและองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ด้านกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนยังคงไม่พอใจผลการแก้ปัญหาของรัฐบาล
แอนดี้ ฮอลล์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวอังกฤษ ระบุว่า ผิดหวังกับโครงการแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี เนื่องจากแรงงานและสหภาพแรงงานไม่ได้ถูกรวมอยู่ในโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด
“ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย” ฮอลล์ กล่าว







