
เขื่อนยังขาดน้ำวอนชาวนาภาคกลางชะลอทำนาปีไปอีก 1 เดือน
กรมชลประทานร้องขอให้ชาวนาภาคกลางเริ่มลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้แทนเพราะเขื่อนยังขาดน้ำ
กรมชลประทานร้องขอให้ชาวนาภาคกลางเริ่มลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้แทนเพราะเขื่อนยังขาดน้ำ
นายไมตรี ปิตินานนท์ ผอ.โครงการชลประทาน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า กรมชลประทานได้ร้องขอให้เกษตรกรชาวนาในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ปกติทำนาปีชะลอเวลาการไถ่นาหวานข้าวนาปี หรือข้าวขึ้นน้ำ ไปอีก 1เดือน โดยรอให้ไปเริ่มลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้แทน
ทั้งนี้เพราะ ก่อนหน้านี้ตามวิถีชีวิตการทำนาปีของชาวนาลุ่มเจ้าพระยาจะมีการทำนาปีกัน 1 ครั้งต่อปี เป็นสายพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำโดยจะเริ่มทำนาปีในต้นฤดูฝน โดยเมื่อถึงเดือนมิ.ย.จะเริ่มไถ่นาและพอมีฝนตกในช่วงนี้ก็จะเริ่มหวายเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงนาปี เพื่อให้ข้าวงอกเป็นต้นข้าวและต้นข้าวนาปีเป็นพันธุ์ข้าวที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากในการเลี้ยงต้นให้สมบูรณ์ก่อนออกรวงข้าว
ดังนั้นในทุก ๆ ปี กรมชลประทานจะปล่อยน้ำเข้าทุ่งนาปี เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมและเพิ่มระดับไปเรื่อยจนถึงเดือนต.ค.เพื่อให้ระดับน้ำไปช่วยการเจริญเติบโตของต้นข้าวนาปี และเมื่อต้นข้าวออกรวงและใกล้สุกพร้อมเก็บเกี่ยวกรมชลประทานก็จะปล่อยน้ำออกจากทุ่งนาลงแม่น้ำ ในช่วงสิ้นปี
อย่างไรก็ตามในปีนี้พบว่าปริมาณในเขื่อนหลายแห่งที่สำคัญต่อการจัดสันน้ำให้พื้นที่ทางการเกษตรของภาคกลางมีระดับน้ำในเขื่อนน้อยมาก กรมชลประทาน จึงขอร้องเกษตรกรทำนาปีชะลอการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวไปอีก 1 เดือนเพื่อรอให้ฝนตกเหนือเขื่อนมากกว่านี้ และในเขื่อนมีระดับน้ำมากกว่านี้และเชื่อว่า หากชะลอการทำนาปีไป 1 เดือน ก็จะมันต่อปริมาณน้ำในปลายปีเพราะในช่วงปลายฤดูฝนจะมีฝนตกชุก และช่วงนั้นกรมชลประทานจะสามารถปล่อยน้ำเข้าทุ่งได้เหมือนทุก ๆ ปี
โดยหากชาวนาไม่ทำตามคำขอร้องของกรมชลประทานและลงมือหว่านเมล็ดพันธ์ข้าวช่วงนี้เมื่อถึงช่วงที่ต้นข้าวต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงลำต้นของข้าว ในช่วง 1-2เดือนข้างหน้า ข้าวนาปีอาจได้รับความเสียหายได้ เพราะภาวะขาดน้ำแน่นอน
นายไมตรี กล่าวอีกว่า อยากทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรทำนาปีว่า ถึงแม้ว่าช่วงวันสองวันนี้จะมีฝนตกในพื้นที่ก็เป็นเพียงเพราะความกดอากาศที่แผ่ปกคลุมเข้ามาทำให้ในฝนตกเท่านั้นหากพ้นช่วงนี้ไปก็จะกลับมาแห้งแล้วเหมือนเดิม
ดังนั้นเมื่อชาวนาเห็นว่าฝนตกช่วงนี้และเริ่มหวานเมล็ดพันธุ์ข้าวไปก็จะเสียหาย เพราะว่าเมื่อฝนหยุดตกและกลับมาแล้วเหมือนเดือนข้าวที่หว่านไปก็จะไม่งอก หรือหากงอกมาแล้ว ก็ต้องมาแห้งตายเพราะขาดน้ำอันเป็นการเพิ่มต้นทุนการทำนาของชาวนาอีก เพราะต้องมีการไถ่หว่านซ้ำอีกดังนั้นแนวทางการชะลอการทำนาปีไปอีก 1 เดือน จึงเหมาะสมที่สุดและสอดคล้องกับการบบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ในภาวการณ์น้ำในเขื่อนมีระดับไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรในช่วงนี้







