
รุมแย่งไทยเป็นประตูขนส่ง
จีนญี่ปุ่นเล็งเป้าเชื่อมประเทศซีแอลเอ็มวีครม.ได้ทีขยายลงทุนไฮสปีดเทรน3เส้นทาง
จีนญี่ปุ่นเล็งเป้าเชื่อมประเทศซีแอลเอ็มวีครม.ได้ทีขยายลงทุนไฮสปีดเทรน3เส้นทาง
นักวิชาการชี้ จีนญี่ปุ่นล็อบบี้ลงทุนรถไฟความเร็วสูง หวังใช้ไทยเป็นประตูขนส่งสู่อาเซียน
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดเผยว่า การที่ประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น ต่างเสนอตัวเข้ามาลงทุนพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย เพราะต้องการใช้ศักยภาพของประเทศไทยที่เป็น Main Land Asian เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ทั้งกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมการขนส่ง ทำให้ประเทศมหาอำนาจทั้งจีนและญี่ปุ่นต้องการเข้ามาลงทุนในไทยให้ได้
นายสมภพ เสนอว่า ในการเลือกประเทศที่จะเข้ามาลงทุนไฮสปีดเทรนนั้น รัฐบาลไทยจะต้องพิจารณาจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศให้มากที่สุด ต้องเลือกอย่างชาญฉลาด และต้องตีโจทย์ให้ออกว่า สองประเทศต้องการเข้ามาร่วมมือในด้านใดบ้าง รัฐบาลไทยไม่ควรแสดงท่าทีว่าจะเลือกประเทศใด แต่ต้องให้ทั้งสองประเทศยื่นรายละเอียดโครงการลงทุนและพัฒนามาให้ไทยพิจารณา
สำหรับประเทศจีนต้องการลงทุนระบบไฟความเร็วสูง เพราะได้วางนโยบายให้ประเทศเป็นผู้นำในระบบรางรถไฟความเร็วสูง (Hi Speed Global Strategy) ในโลก ซึ่งการเลือกมาไทยเพราะอยากเชื่อมต่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากเมืองยูนนาน ประเทศจีน ต่อมายังประเทศลาว เมืองหลวงน้ำทา และเมืองเวียงจันทน์ มาเชื่อมกับไทยที่ จ.หนองคาย เพื่อต่อไปยังสิงคโปร์
ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เป็นประเทศที่พัฒนารถไฟความเร็วสูงชิงคันเซน เป็นประเทศแรกในโลก และเป็นผู้นำในระบบรถไฟความเร็วสูงในโลกมาตลอด จึงต้องการรักษาความผู้นำในระบบรถไฟความเร็วสูงต่อไป ให้เท่าเทียมกับการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้ปรับปรุงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงจากเดิม 2 เส้นทางวงเงิน 7 แสนล้านบาทเศษ เป็นรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทาง ระยะทาง 1,060 กม. แต่วงเงินลงทุนยังไม่กำหนด โดยในปี 2558 จะมีเงินลงทุนเข้าสู่ระบบ 6.8 หมื่นล้านบาท
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง พ.ศ. 25582565 ซึ่งประกอบด้วย 4 เป้าหมาย5 แผนงาน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยภายใต้แผนงานพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าระหว่างเมืองยืนยันที่จะมีการลงทุนรถไฟทางคู่ขนานทางมาตรฐาน (Standard Gauge) ความเร็ว 180 กม./ ชั่วโมง ใน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมา และนครราชสีมามาบตาพุด ระยะทาง 512 กม. 2.เส้นทางกรุงเทพฯระยอง ระยะทาง 193 กม. และ 3.เส้นทางนครราชสีมาหนองคาย ระยะทาง 355 กม.







