
มะกันตกงาน
ในขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าสหรัฐจะกลายเป็นโอเอซิสของเศรษฐกิจโลก คือในขณะที่ทั่วโลกต้องเจอกับภาวะชะลอทางเศรษฐกิจ แต่มีเพียงสหรัฐเท่านั้นที่จะยังเห็นการเติบโตได้ แต่ทว่าในความเป็นจริงสหรัฐก็ยังมีปัญหาอยู่แบบที่คิดไม่ตก และเป็นตัวฉุดการเติบโตของสหรัฐอยู่เช่นกันครับ
ในขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าสหรัฐจะกลายเป็นโอเอซิสของเศรษฐกิจโลก คือในขณะที่ทั่วโลกต้องเจอกับภาวะชะลอทางเศรษฐกิจ แต่มีเพียงสหรัฐเท่านั้นที่จะยังเห็นการเติบโตได้ แต่ทว่าในความเป็นจริงสหรัฐก็ยังมีปัญหาอยู่แบบที่คิดไม่ตก และเป็นตัวฉุดการเติบโตของสหรัฐอยู่เช่นกันครับ
ปัญหาที่ว่าก็คือปัญหาการว่างงานนั่นเอง แม้ว่าในขณะนี้ตัวเลขดัชนีการว่างงานของสหรัฐจะลดต่ำลงมาอยู่ที่ 5.2% เท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2008 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งตัวเลขขณะนั้นอยู่ที่เกือบ 10% แต่ทว่าในความเป็นจริงในตลาดแรงงานของสหรัฐก็ยังมีช่องโหว่และถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง และอาจจะลุกลามกลายเป็นช่องโหว่ที่คอยเหนี่ยวรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐครับ
โดยเว็บไซต์ มันนี่ ซีเอ็นเอ็น ได้รวบรวมเอาไว้ ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
ประการแรก ก็คือ แม้ว่าคนสหรัฐจะมีงานทำมากขึ้น แต่งานที่หาได้ก็มีแต่งานพาร์ตไทม์หรือชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่งานเต็มเวลาอย่างที่ต้องการ โดยในจำนวนนี้มีชาวสหรัฐที่ยังอยากได้งานประจำ แต่หาได้เพียงแค่งานพาร์ตไทม์อยู่มากถึง 7.1 ล้านคน ถือว่ามากกว่าช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
ปัญหาตรงนี้พอบ่งชี้ได้ว่าภาคเอกชนสหรัฐยังไม่กล้าที่จะลงทุนอย่างเต็มที่ และยังคงใช้แนวทางลดต้นทุนเพื่อสร้างผลกำไรต่อไป ทำให้ตำแหน่งงานประจำนั้นมีไม่เพียงพอ การจ้างพนักงานชั่วคราวถือเป็นทางออกหนึ่งที่พอจะลดต้นทุนได้บ้าง
ประการต่อมาก็คือ กลุ่มแรงงานที่หางานแล้วยังหาไม่ได้และหยุดการหางานไปนานกว่า 4 สัปดาห์ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ มีอยู่ประมาณเกือบล้านคน คนกลุ่มนี้หางานทำไม่ได้และออกจากระบบการหางานในที่สุด ซึ่งจำนวนของคนกลุ่มนี้ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขดัชนีการว่างงานของสหรัฐที่ปรับลดลงก็เป็นเพราะส่วนหนึ่งคนกลุ่มนี้ออกจากระบบการหางานไปครับ
3.ปริมาณแรงงานที่หางานไม่ได้นานหลายเดือนในสหรัฐก็กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนนานกว่า 6 เดือน และนานกว่านั้น ซึ่งคนเหล่านี้ในที่สุดก็ตัดสินใจออกจากระบบงานไปในที่สุด ในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 คนกลุ่มนี้มีอยู่ราว 17% ของกลุ่มคนตกงาน แต่ในขณะนี้มีอยู่สูงถึง 34% ทีเดียว อันแสดงให้เห็นเช่นกันครับว่าตัวเลขคนว่างงานที่ลดลงในสหรัฐนั้น เป็นเพราะคนออกจากระบบการหางานไปนั่นเอง
ตราบใดที่สหรัฐยังแก้สถานการณ์เหล่านี้ไม่ได้ ก็ยากที่เศรษฐกิจของสหรัฐจะกลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนเดิมครับ เพราะเศรษฐกิจสหรัฐขับเคลื่อนด้วยพลังซื้อของประชาชนเป็นหลักนั่นเอง







