
เมื่อค่าครองชีพในเมืองหลวงเพิ่มขึ้น
แนวโน้มสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันมีเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากอย่างน้อย 23 เรื่องด้วยกัน คือ
แนวโน้มสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันมีเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากอย่างน้อย 23 เรื่องด้วยกัน คือ
1) ต้นทุนการดำรงชีพในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้น และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากต้นทุนค่าสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นแล้ว ต้นทุนที่แท้จริงที่ประกอบด้วยต้นทุนอื่นๆ ในการอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่นั้นก็เพิ่มขึ้นมากด้วย จากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทางด้านบริการ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ค่าใช้จ่ายทางด้านค่าเช่าที่อยู่อาศัย (ในทางเศรษฐศาสตร์ แม้ว่าท่านจะเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่มีค่าใช้จ่ายทางด้านนี้ แท้จริงแล้ว ยิ่งราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีราคาเพิ่มขึ้นเท่าใด ต้นทุนของการอยู่อาศัยก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเท่านั้น) ค่าใช้จ่ายในการจ้างคนมาดูแล ทำความสะอาดที่อยู่อาศัยของท่าน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่อยู่อาศัยของท่าน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ฯลฯ
2) สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และ 3) มีการกระจุกตัวของความเจริญทางเศรษฐกิจ และโอกาสทางเศรษฐกิจ ทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในเมืองใหญ่มากกว่าการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ หลักสำคัญในการกำหนดนโยบายของภาครัฐอิงอยู่กับเงื่อนไขทางด้านอุปสงค์เป็นสำคัญ เช่น ถ้าจะพิจารณาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม (ถนน) ก็จะต้องประเมินว่าจะมีความต้องการใช้ถนนที่จะสร้างนั้นมากเพียงพอหรือไม่เป็นหลัก (จึงจะมีความคุ้มค่าทางการเงิน) ทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นจะต้องเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเมืองใหญ่เสมอ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรที่แตกต่างไปจากเดิมที่เราได้พบเห็นกันในปัจจุบันคือ เป็นการเคลื่อนย้ายของคนในกลุ่มวัยทำงานเพื่อเข้ามาแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่มีมากกว่าในเมืองใหญ่และเมืองหลวง จนทำให้เกิดการกระจุกตัวของความเจริญและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพราะทรัพยากรการผลิตที่สำคัญของประเทศถูกดูดเข้าไปสู่เมืองใหญ่และเมืองหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าจะให้วิเคราะห์กันอย่างมีรายละเอียดมากขึ้น ก็ต้องบอกว่า (สมมติให้กลไกในตลาดแรงงานสามารถทำงานได้ดีแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์และการตัดสินใจของคนในระบบเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล (Rational Behaviour)) กระบวนการเคลื่อนย้ายของแรงงานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะคนในระบบเศรษฐกิจได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า ประโยชน์ (ผลตอบแทน) ที่จะได้รับจากโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า มากกว่าในเมืองใหญ่นั้น คุ้มค่ากับต้นทุนของการที่จะต้องโยกย้ายถิ่นฐาน แนวโน้มการย้ายถิ่นของประชากรอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเมื่อพัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านการคมนาคม และการสื่อสารก้าวหน้ามากขึ้นจนทำให้ต้นทุนของการติดต่อสื่อสารลดลงอย่างมาก
ต้นทุนค่าครองชีพในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการกระจายตัวของประชากรไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม “ผู้สูงวัย” ที่ไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในเขตเมืองและต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงจากการเคลื่อนย้ายของประชากรจะมีผลทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างปัจจัยการผลิต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการคมนาคมขนส่งและการติดต่อสื่อสาร จึงควรจะได้ให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อเป็นการรองรับทิศทางการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จึงจะเป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ดีและเหมาะสม เปลี่ยนแปลงแนวความคิดจากเดิมที่ว่าทุกอย่างจะต้องเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ (เพื่อให้มีอุปสงค์เพียงพอและคุ้มค่าทางการเงิน) บ้าง หันไปให้น้ำหนักมากขึ้นกับการอำนวยความสะดวกเพื่อการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ซึ่งในทางอ้อมก็จะเป็นการลดปัญหาในเขตเมืองที่มีความแออัดเพราะการกระจุกตัวทางเศรษฐกิจ
นโยบายทางด้านการกระจายอำนาจที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผังเมืองที่ดีเพื่อรองรับกระแสการโยกย้ายถิ่นของประชากร การยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการการให้บริการสาธารณะต่างๆ ของท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคของประเทศเป็นดัชนีบ่งชี้สำคัญของการพัฒนา และจะเป็นเงื่อนไขหลักในการผลักดันการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จังหวัดใด พื้นที่ใด มีการลงทุนเพื่อพัฒนาให้มีความปลอดภัยในสังคม มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน สถานพยาบาลที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย การมีสวนสาธารณะและสถานพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งการพัฒนาจิตใจของคนในชุมชนนั้นให้มีความเกื้อกูลกัน และการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่นั้น และจะเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจไปในพื้นที่
งบประมาณภาครัฐที่ลงทุนเพื่อการอำนวยความสะดวกให้เกิดการพัฒนาในสิ่งเหล่านี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และจะมีผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการนำงบประมาณไปใช้เพื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม กทม. ซึ่งจริงๆ แล้ว กทม.เอง หรือโดยความร่วมมือกับเอกชน ก็สามารถดำเนินการได้ แต่การลงทุนในสิ่งที่ได้กล่าวถึงข้างต้นนั้น มักจะถูกปฏิเสธเพียงเพราะว่าเหตุผลความไม่คุ้มค่าทางการเงินจากการที่คำนึงถึงเฉพาะอุปสงค์ของโครงการเป็นหลัก (หลายครั้งเป็นเพราะว่าประเมินความคุ้มค่าโดยไม่ได้นับรวมผลประโยชน์อย่างครบถ้วน) ในขณะเดียวกันก็พยายามประเมินต้นทุนให้ต่ำสำหรับโครงการที่ประสงค์อยากจะทำด้วยการไม่นับรวมต้นทุนไปหลายอย่าง โดยเฉพาะต้นทุนค่าเสียโอกาสและต้นทุนของเวลา สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่มีงบประมาณอย่างจำกัด โดยเฉพาะงบประมาณด้านการลงทุน นอกจากการคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วน หรือการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของโครงการอีกด้วย ซึ่งก็จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้จ่ายผ่านงบประมาณแผ่นดิน และการนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการกระจายตัวของประชากรจึงจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงกระบวนการจัดสรรทรัพยากรการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับต้นทุนค่าครองชีพและโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแท้จริงแล้วต้นทุนการอาศัยในเขตเมืองหลวงและเมืองใหญ่อาจจะบิดเบี้ยวไปจากการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีผลเป็นการอุดหนุนการใช้ชีวิตในเขตเมืองมากเกินไปจนขาดความสมดุล และต้นทุนที่สำคัญที่ยังถูกปิดซ่อนไว้ (หรือเป็น ที่ยอมรับกันได้ หรือคนที่อยู่ในเขตเมืองอาจจะไม่ได้สนใจ) สำหรับผู้อาศัยในเขตเมือง คือ ต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม และต้นทุนทางด้านนี้ก็จะค่อยๆ คืบคลานเข้ามามีผลกระทบต่อ ผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองมากขึ้นๆ ตามลำดับ ค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพ ทั้งการรักษาและการป้องกัน ส่งเสริมให้มีสุขภาพดี ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นดัชนีชี้วัดที่สะท้อนปัญหาทางด้านนี้เป็นอย่างดี ก็ได้แต่ฝากเรื่องนี้ให้ท่านผู้อ่านและ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศได้พิจารณาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเหล่านี้เพื่อจะได้ดำเนินมาตรการของภาครัฐให้เหมาะสมกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนา ที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว







