
สานต่ออาเซม
การพยายามทำความเข้าใจกับนานาชาติ ถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลชั่วคราว จากการรัฐประหารของกองทัพ เพราะประเทศติด หล่มปัญหาการเมืองจนเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เริ่มจะสัมฤทธิผล เห็นได้จากการเปิดตัวนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการประชุมผู้นำเอเชีย ยุโรป (อาเซม) ที่ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 1617 ต.ค.ที่ผ่านมา
การพยายามทำความเข้าใจกับนานาชาติ ถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลชั่วคราว จากการรัฐประหารของกองทัพ เพราะประเทศติด หล่มปัญหาการเมืองจนเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เริ่มจะสัมฤทธิผล เห็นได้จากการเปิดตัวนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการประชุมผู้นำเอเชีย ยุโรป (อาเซม) ที่ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 1617 ต.ค.ที่ผ่านมา
มาสเตอร์โพลล์ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง แกนนำชุมชนคิดอย่างไรต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวทีการประชุมอาเซมและแนวโน้มฐานสนับสนุนต่อรัฐบาลหลังไปอาเซม ผลโพลระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 70.4% มีเพียง 0.2% เท่านั้นที่เห็นว่าแย่ลง
ในการพบกับผู้นำประเทศต่างๆ นั้น พล.อ. ประยุทธ์ได้หารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆ โดยมีประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เริ่มที่การเข้าพบ ชินโสะ อาเบะ นายกฯ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการพบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะญี่ปุ่นประกาศจะลงทุนในไทยมากขึ้น ย้ายฐานการลงทุนของธุรกิจเอสเอ็มอีมาในไทย และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง ดาวเทียม และโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
ขณะที่การหารือกับ หลี่เค่อเฉียง นายกฯ จีนนั้น ผู้นำทั้งสองต่างยืนยันความสัมพันธ์ใกล้ชิดยาวนาน เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือแลกเปลี่ยน โดย นายกฯ จีน พร้อมจะนำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตรของไทย อาทิ ข้าวและยางพารา ด้านไทยพร้อมสนับสนุนพัฒนาทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมเชื่อมโยงในภูมิภาค
นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกันอย่าง กัมพูชา พม่า แม้กระทั่งสิงคโปร์ ก็มีการหารือในเรื่องการค้าการลงทุน รวมถึงความมั่นคงทางพลังงานต่างๆ สิ่งที่นายกฯ ได้ไปริเริ่มการเจรจาไว้ ควรจะต้องมีการสานต่ออย่างเร่งด่วน เพราะประเทศไทยเองเริ่มมีปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้ามากมาย
รัฐบาลควรฉวยโอกาสที่ไทยกำลังจะเร่งขยายการใช้จ่ายภาครัฐด้วยการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินมหาศาลกว่า 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งนานาชาติสนใจที่จะเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจด้วย จึงควรใช้โอกาสนี้ต่อรองแก้ไขปัญหาของไทยด้วย โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ อันจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ
ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ไขคู่ขนานไปกับการปฏิรูปการเมือง เพราะความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และความไม่เป็นธรรมในหลายเรื่อง ได้พัฒนาไปเป็นปัญหาการเมืองในที่สุด รัฐบาลควรฉวยโอกาสนี้รีบสานต่อเพื่อประโยชน์ของชาติต่อไป







