
อัดฉีดจูงใจโค่นต้นยางแก่
ตั้งเป้าปีงบ’58ลดพื้นที่ปลูกลง4แสนไร่พาณิชย์กล่อมเอกชนหนุนส่งออกแปรรูป
ตั้งเป้าปีงบ’58ลดพื้นที่ปลูกลง4แสนไร่พาณิชย์กล่อมเอกชนหนุนส่งออกแปรรูป
อนุมัติเงินกองทุน 7,200 ล้านบาท โค่นยางเก่า 4 แสนไร่ อัดฉีด 2.6 หมื่นบาท/ไร่ จูงใจปลูกพืชอื่น
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (ก.ส.ย.) มีมติเห็นชอบอนุมัติเงินกองทุน 7,200 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการส่งเสริมการโค่นยางเก่าเพื่อปลูกยางใหม่ในปีงบ 2558 พื้นที่เป้าหมาย 4 แสนไร่ พร้อมทั้งมีมาตรการจูงใจในการลดพื้นที่ปลูกยางลง 1 แสนไร่ คือ หากเกษตรกรโค่นยางเก่าและปลูกยางใหม่ในพื้นที่เดิมจะได้เงินช่วยเหลืออัตรา 1.6 หมื่นบาท/ไร่ แต่หากเป็นการโค่นยางเก่าและเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆ เช่น ปาล์ม จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเป็นอัตรา 2.6 หมื่นบาท/ไร่
ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนมีเงินที่ได้จากค่าธรรมเนียมส่งออกยางจากผู้ส่งออกหรือเงินเซสไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท/ปี และในปีที่ผ่านมากองทุนมีเงินเหลือจ่ายจากที่อนุมัติไว้เดิมอีก 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงเกษตรฯ ให้ดำเนินโครงการลดพื้นที่ปลูกยางในช่วง 7 ปี หรือปีงบ 2558-2565 คิดเป็นพื้นที่ 7 แสนไร่ โดยใช้เงินจาก ก.ส.ย.เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรโค่นยางเก่าและปลูกพืชชนิดอื่นแทน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการหารือกับกลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพารา ว่า ได้ขอให้เอกชนช่วยกันผลักดันการส่งออกยาง และสร้างมูลค่าเพิ่มยางภายในประเทศ โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันที่จะให้ภาคอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่มไปจัดแบ่งคลัสเตอร์ และจัดทำข้อเสนอมาหารือกับกระทรวงพาณิชย์ในสัปดาห์หน้า
“เอกชนเข้าใจประเด็นของภาครัฐที่ขอให้ช่วยกันผลักดันการส่งออกยางและเพิ่มมูลค่าในประเทศ ซึ่งจะทำให้ราคายางในประเทศปรับตัวดีขึ้น” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
นายอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเซมเพอร์เมด ในกลุ่มศรีตรังฯ ผู้ผลิตและส่งออกถุงมือยางอันดับ 1 ของประเทศ และมียอดส่งออกติด 1 ใน 5 ของโลก กล่าวว่า บริษัทจะเข้ามาช่วยในการผลักดันราคายางในประเทศให้เพิ่มขึ้น โดยจะเพิ่มสัดส่วนการใช้ยางพารามาผลิตสินค้าเดิมจาก 50% เพิ่มเป็น 60% ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติจาก 67 หมื่นตัน เป็น 1 แสนตัน และจะเปิดรับซื้อยางที่ระดับ 60 บาท/กก. ซึ่งเป็นระดับที่ภาครัฐและเกษตรกรพอใจ และจะเสนอวิธีการนำยางส่วนเกิน 5 แสนตัน ออกจากตลาด ซึ่งทำให้ราคาในประเทศดีขึ้น
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้เสนอโรดแมปยางต่อรัฐบาลแล้ว โดยตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางจากปัจจุบัน 6 แสนล้านบาท เป็น 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2563 และหากรัฐบาลให้นำค่าใช้จ่ายวิจัยไปหักภาษีเพิ่มจากเดิม 200% เป็น 300% และปรับเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเพิ่มการใช้ยางธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรมได้ทันที 1 แสนตัน ซึ่ง ส.อ.ท.จะมีการจัดทำข้อเสนอไปยังกระทรวงพาณิชย์ต่อไป







