posttoday
นโยบายเจรจา

นโยบายเจรจา

14 ตุลาคม 2557

แม้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีนโยบายเด่นชัดต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ทั้งการป้องกันความรุนแรง การพัฒนา และการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง ซึ่งถือเป็นการรุกทางการเมือง แต่สำหรับในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นโยบายเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ความรุนแรงบรรเทาลง

แม้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีนโยบายเด่นชัดต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ทั้งการป้องกันความรุนแรง การพัฒนา และการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง ซึ่งถือเป็นการรุกทางการเมือง แต่สำหรับในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นโยบายเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ความรุนแรงบรรเทาลง

ก่อนเกิดเหตุเผาอาคารโรงเรียน 6 แห่ง ในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และมายอ จ.ปัตตานี ก็มีความรุนแรงรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความมั่นคงแจ้งเตือนให้จับตารถยนต์ต้องสงสัยที่อาจนำมาก่อเหตุคาร์บอมบ์ ซึ่งการที่คนร้ายยังสามารถก่อเหตุเผาโรงเรียนได้ถึง 6 แห่ง ย่อมแสดงให้เห็นว่ามาตรการของฝ่ายรัฐนั้นยังมีช่องโหว่

ดังนั้น สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าจะต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ภายใน 1 ปี ซึ่ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก อธิบายว่า ความรุนแรงต้องลดลง 50% จึงยากที่จะเป็นความหวัง

ยิ่งพิจารณาในรายละเอียด ก็เป็นแนวทางเดิมที่นำมาปรับชื่อเรียกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสกัดกดดันให้เครือข่ายก่อความไม่สงบออกไปจากพื้นที่ การพัฒนาเพื่อเอาชนะใจประชาชน และสุดท้ายคือสร้างกองกำลังประจำถิ่นดูแลแทนกำลังทหารหลัก

ขณะที่แนวทางการพูดคุยเพื่อสันติสุข ที่ปรับเปลี่ยนมาจากการพูดคุยเพื่อสันติภาพ โดยรัฐบาลก่อน ก็ดูเหมือนจะลดระดับลง ผู้นำกองทัพและรัฐบาลพูดตรงกันว่า จะเชิญผู้เห็นต่างทุกฝ่ายมาพูดคุย ไม่เฉพาะกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ในแง่หนึ่งมองได้ว่าเป็นการสลายขบวนการต่อต้าน แต่อีกด้านหนึ่งอาจเป็นการบีบให้กลุ่มที่คุมกำลังสร้างสถานการณ์เพื่ออำนาจต่อรอง

ไม่ว่าจะอย่างไร ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพูดคุยเพื่อสันติภาพซึ่งริเริ่มขึ้นในรัฐบาลก่อน ส่งผลต่อความคิดของกลุ่มต่อต้านรัฐไทยค่อนข้างมาก สถิติความรุนแรงในบางช่วงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสัมพันธ์กับหัวข้อการพูดคุยหารือของทั้งสองฝ่ายในช่วงนั้นๆ

แต่ดูเหมือนแนวทางของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เห็นความชัดเจน ผู้นำรัฐบาลและทหาร แสดงท่าทีลดทอนความสำคัญของฝ่ายตรงข้าม ทำให้น่าวิตกว่าทั้งสองฝ่ายอาจใช้ความได้เปรียบทางการทหารหรือการก่อเหตุเป็นข้อต่อรองบนโต๊ะเจรจา ซึ่งเสี่ยงอย่างยิ่งว่าในระยะเฉพาะหน้าความรุนแรงจะไม่ลดลง

สิ่งที่รัฐบาลและกองทัพต้องพิจารณาเร่งด่วนในขณะนี้ ไม่ใช่การกดดันปราบปรามด้วยกำลัง แต่ต้องฉายแนวทางให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นความหวังของการต่อสู้ โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง

นี่คือสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองนโยบายการ พูดคุยเพื่อสันติสุข

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว