
ทัพอภิสิทธิ์ 5
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นการปรับใหญ่ มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีราว 9 ตำแหน่ง
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีใหม่แทนคนเก่า 3 ตำแหน่ง สลับเก้าอี้รัฐมนตรีเดิม 2 ตำแหน่ง และเห็นชอบให้ สส.ของพรรคไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ 2 คน รวม 6 ตำแหน่ง กล่าวคือ
3 ตำแหน่งแรกนั้นให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น รมว.วัฒนธรรม แทนนายธีระ สลักเพชร ให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็น รมว.แรงงาน แทนนายไพฑูรย์ แก้วทอง และให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แทนคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
ในส่วนสลับเก้าอี้ใหม่ 2 ตำแหน่งนั้น ขยับนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็น รมว.อุตสาหกรรม และให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็น รมว.ไอซีที ซึ่งสองตำแหน่งนี้ ปชป.ได้คืนมาจากพรรคเพื่อแผ่นดินกลุ่มพญานาคที่ถูกปลดออกไป
นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีใหม่อีก 1 คนคือ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดนี้ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีมติเห็นชอบแล้ว รัฐมนตรีผู้ถูกเปลี่ยนตำแหน่งส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เว้นแต่นายไพฑูรย์ที่ต้องให้นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคไปทำความเข้าใจอยู่
ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น พรรค ปชป. บีบให้พรรคกิจสังคม เปลี่ยนตัว รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใหม่ โดยให้เอานายสุวิทย์ คุณกิตติ พ้นออกไปแล้วให้นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี พรรคเดียวกันขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
พรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก 5 เสียง รวมกับพรรคมาตุภูมิ 3 เสียง รวมกันได้ที่นั่ง รมช.คลัง ไป 1 ที่นั่ง โดยให้นายมั่น พัธโนทัย มาดำรงตำแหน่งนี้
ส่วนนายไชยยศ จิรเมธากร สส.อุดรธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งมีเสียงสนับสนุนจากกลุ่มพญานาคบางส่วนนั้นจะได้ตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ
ทั้งหมดนี้จะทำให้รัฐบาลมีเสียงในรัฐสภาราว 253 เสียง กล่าวคือ ปชป. 173 เสียง ภูมิใจไทย 32 เสียง ชาติไทยพัฒนา 25 เสียง รวมใจไทยชาติพัฒนา 9 เสียง เพื่อแผ่นดิน 6 เสียง กิจสังคม 5 เสียง และมาตุภูมิ 3 เสียง จากเดิมที่มีเสียงสนับสนุนอยู่ราวๆ 257 เสียง
รัฐมนตรีหลายคนที่ถูกปรับออกคราวนี้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีปัญหา รวมทั้งผู้ที่มีชื่อว่าต้องมีการทำความเข้าใจกันอย่างนายไพฑูรย์
“
จะน้อยใจไปทำไม ผมเป็นมา 6 สมัยแล้ว ไม่ว่าพรรคจะมอบหมายให้ทำงานอะไรก็ยินดีที่จะทำต่อไป” นายไพฑูรย์ กล่าวแหล่งข่าวจากพรรคร่วมรัฐบาลระบุถึงเหตุผลที่ ปชป. ตัดหางปล่อยวัด สส.เพื่อแผ่นดิน ในปีกวังพญานาคของนายพินิจ จารุสมบัติ กับพรรคพวกว่า เป็นเพราะในช่วงรัฐบาลต้องแก้ไขปัญหายากลำบาก เช่น ช่วงการชุมนุมคนเสื้อแดง มีการเรียกประชุม ครม. ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) แต่รัฐมนตรีของปีกนี้ก็ไม่ไปร่วมแม้แต่คนเดียว
นอกจากนี้ ปชป.ประเมินแล้วว่า จะต้องจับมือร่วมกันกับพรรคภูมิใจไทยต่อไปอีกหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจึงเลือกเป็นพันธมิตรกับนายเนวินแทนที่จะเลือกนายพินิจ
ด้านนายพินิจนั้นก็ประเมินสถานการณ์ผิด เพราะนึกว่าได้รับการสนับสนุนจากพรรคนายบรรหาร ศิลปอาชา และนายสุวิทย์ แต่เอาเข้าจริง นายเนวินกับนายสุเทพต่างผนึกกันไปสกัดจุดนายบรรหารและแกนนำพรรคอื่น อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ไว้จนอยู่หมัด
ส่วนนายสุวิทย์นั้นกลับถูกลูกพรรคกับ ปชป. จี้ให้ลงจากตำแหน่งเพื่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่
ค่ำวันที่ 4 มิ.ย. เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเริ่มรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อเตรียมเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
นายกฯ ก็พูดเพียงว่าจะปรับ 67ตำแหน่ง ก่อนนั่งรถออกจากพรรคไป ทิ้งอุณหภูมิกรุ่นๆ ไว้เบื้องหลัง เพราะถึงพรรค ปชป. จะเห็นชอบรัฐมนตรีใหม่ไปแล้ว แต่ยังมีแรงกดดันให้ปรับรัฐมนตรีในส่วนรมว.ต่างประเทศอยู่
ล่าสุดมีข่าวว่านายจุติจะไปนั่ง รมว.ไอซีที ขณะที่นายชัยวุฒิจะไปนั่งรมว.อุตสาหกรรม ส่งผลให้นายวีระชัยยังคงนั่งตำแหน่ง รมต.สำนักนายกฯ
นี่คือโฉมหน้าเลาๆ ของอภิสิทธิ์5 ซึ่งจะมีเสียงจริงๆ เท่าไหร่นั้นจะรู้ตอนยกมือโหวตในอีก 2 เดือนข้างหน้า เมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณเข้าสู่สภา!







