
แผนปฏิรูปอปท.ดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การปฏิรูปด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นประเด็นหนึ่งที่กำลังอยู่ในความสนใจ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เกิดข่าวว่ารัฐบาลมีแนวความคิดจะยกเลิกการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดทั้งระบบ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ก่อนที่ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาทำความเข้าใจและชี้แจงว่ารัฐบาลไม่เคยมีความคิดที่จะทำในเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจในทางใด แต่ถึงอย่างไรการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นจะต้องถูกปฏิรูปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพียงแต่จะออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้น
ทั้งนี้ คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ทำรายงานและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นส่งมาให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้
1.การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท้องถิ่น โดยในอนาคตการปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีเพียง 2 ระดับเท่านั้น คือ “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” (อบจ.) เป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นในระดับจังหวัด และ “เทศบาล” เป็นองค์กรบริหารท้องถิ่นในระดับต่ำกว่าจังหวัด สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และ “เทศบาลขนาดเล็ก” ที่มีพื้นที่ติดต่อกัน ให้ยุบรวมเป็นเทศบาลขนาดที่ใหญ่ขึ้นอย่างเหมาะสม
2.การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมในระดับที่พอเพียงต่อการดูแลประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ภายใต้หลักพื้นฐานของการกระจายอำนาจที่ว่าสัดส่วนงบประมาณส่วนใหญ่ของท้องถิ่นต้องถูกบริหารจัดการในระดับท้องถิ่น
3.การตรากฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นขึ้นใหม่ และแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเป็นไปโดยกลไกภาคประชาชน ทั้งการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงการตรวจสอบและรับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อให้กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยท้องถิ่นมีความสมบูรณ์
4.การผลักดันกฎหมายหลักต่างๆ ของท้องถิ่น ได้แก่ ประมวลกฎหมายท้องถิ่นกฎหมายรายได้ท้องถิ่น กฎหมายกระจายอำนาจ กฎหมายบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น เป็นต้น
5.การจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูปจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพัฒนาพื้นที่ระดับจังหวัดและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นกลไกหนุนเสริมกระบวนการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นในระยะยาวต่อไป
6.การจัดตั้งสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ ให้เกิดการพัฒนาระบบการปกครองท้องถิ่น และพัฒนาระบบที่มีความยืดหยุ่นตามพื้นฐานทางวัฒนธรรม มีเอกภาพในการบริหารจัดการท้องถิ่น
7.การเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของประชาชน โดยเพิ่มบทบาทสภาพลเมืองตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การตัดสินใจ การลงมือปฏิบัติ การทำหน้าที่ตรวจสอบ ไปจนถึงการร่วมรับผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นอกจากนี้ ในรายงานฉบับนี้ได้มีความเห็นเรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทางตรง” ด้วยว่า มีข้อดี คือ ทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจเป็นของตนเอง สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และการมีผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจสมบูรณ์ในจังหวัดเพียงตำแหน่งเดียวทำให้ไม่เกิดการบริหารงานที่ทับซ้อน ดังจะเห็นได้จากกรณีของ กทม.และเมืองพัทยา อีกทั้งยังทำให้ได้ผู้รับเลือกเกิดความสนใจในการปกครองท้องถิ่นอย่างจริงจัง กระทั่งเกิดการเรียนรู้และฝึกฝนวิธีการปกครองให้ดีมากขึ้น
แต่มีข้อจำกัด คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจากการเลือกตั้งจะกลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูง จนส่งผลให้เกิดการประพฤติมิชอบในรูปแบบต่างๆ ได้
ขณะเดียวกัน ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสำนักงานเลขาธิการ สปช. เป็นอีกหน่วยงานที่ได้ศึกษาจากงานวิจัยและบทความทางวิชาการพร้อมมีข้อเสนอแนะ 5 ประการ
1.เรื่องของตัวผู้นํา และเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล มีส่วนสําคัญต่อความต่อเนื่องของการกระจายอํานาจ แต่หากผู้นําทางการเมืองไม่มีวิสัยทัศน์ หรือไม่มีความประสงค์ในเรื่องการกระจายอํานาจก็ทําให้ไม่มีการกระจายอํานาจเกิดขึ้นอย่างจริงจังเช่นกัน เห็นได้จากนโยบายของรัฐจะมุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชนผ่านหน่วยงานที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้โดยตรง โดยมองข้ามความสําคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปและมุ่งหาคะแนนนิยมจากประชาชนมากกว่า ส่งผลให้ประชาชนยังคงคิดแต่การพึ่งพาภาครัฐ
2.นอกจากนี้การกระจายอํานาจทางการคลังท้องถิ่น เป็นสิ่งจําเป็นในเรื่องความเป็นอิสระในการปกครองตนเองของท้องถิ่น หากท้องถิ่นมีอํานาจในการจัดเก็บภาษีมาก ย่อมแสดงให้เห็นว่าท้องถิ่นจะมีรายได้ของตัวเองมาก ความเป็นอิสระในการตัดสินใจใช้เงินไปในกิจกรรมใดๆ มากกว่าการใช้เงินช่วยเหลือจากส่วนกลาง
3.ต้องทําให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง โดยจะต้องสามารถที่จะกํากับการบริหารงานท้องถิ่นอย่างจริงจัง โดยภาครัฐเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุนเท่านั้น
4.ปรับปรุงเรื่องความซ้ำซ้อนระหว่างระบบการปกครองท้องถิ่น โดยกําหนดบทบาทให้ชัดเจนในเรื่องการทํางาน เช่น อบต. มีหน้าที่ในเรื่องการบริหารและพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดหาและบํารุงรักษาสาธารณูปโภค ส่วนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทําหน้าที่ด้านการป้องกันปราบปราม และทําหน้าที่ประสานงาน เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของ อบต.ให้ประชาชนทราบ
5.ปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ให้เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนในการตรวจสอบ เพื่อถอดถอนฝ่ายการเมืองในท้องถิ่นที่มีการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อประชาชนและท้องถิ่น เช่น การเพิ่มบทลงโทษห้ามลงเล่นการเมืองตลอดชีวิต การยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เป็นต้น







