posttoday
สงครามค่าเงิน

สงครามค่าเงิน

10 ตุลาคม 2557

วิลเลียม เปเซค คอลัมนิสต์ของบลูมเบิร์ก แสดงทัศนะต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของจีน ว่า มีความเป็นไปได้ที่จีนจะปรับลดค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นภาคการส่งออก และซื้อเวลาให้ประเทศจีนในการหานโยบายเพื่อประคองการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

วิลเลียม เปเซค คอลัมนิสต์ของบลูมเบิร์ก แสดงทัศนะต่อสถานการณ์เศรษฐกิจของจีน ว่า มีความเป็นไปได้ที่จีนจะปรับลดค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นภาคการส่งออก และซื้อเวลาให้ประเทศจีนในการหานโยบายเพื่อประคองการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

คอลัมนิสต์ชื่อดังได้อ้าง ชาร์ลส์ ดูมาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งลอมบาร์ด สตรีท รีเสิร์ช สถาบันบริการการคาดการณ์เศรษฐกิจระดับมหภาค ว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน (จีดีพี) ปีนี้อาจต่ำกว่า 5% ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ที่ 7.5% ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนจะลดค่าเงินหยวนลง เพื่อยกระดับการส่งออก

ทั้งนี้ สาเหตุที่จีดีพีของจีนไม่เข้าเป้าเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายของภาครัฐนั้น คิดเป็นเกือบ 50% ของจีดีพี นับมาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 แล้ว ในขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ที่ 36% เท่านั้น และภาครัฐไม่อาจกู้เงินมาลงทุนมากขึ้นได้แล้ว เนื่องจากภาวะหนี้สินในประเทศนั้นมหาศาล เช่น หนี้สินของบริษัทต่างๆ ที่สูงถึง 14.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 454.4 ล้านล้านบาท)

ทว่า หากประเทศจีนลดค่าเงินหยวนลงจริง จะส่งผลกับหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐ เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดสงครามค่าเงินที่นานาประเทศต่างแข่งกันลดค่าเงินตัวเองแล้ว ยังเสี่ยงต่อการสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ การลดค่าเงินหยวนเป็นสิ่งที่จีนสามารถหลีกเลี่ยงและทั่วโลกยังคิดว่าจีนจะสามารถเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศที่นำพาการเติบโตทางเศรษฐกิจได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ