
ศาลไต่สวนช่อง3-กสท.แก้จอมืด
อสมทชี้2ทางออกกสทช.อุ้มยังคุยได้แนะยื่นให้ทบทวน
อสมทชี้2ทางออกกสทช.อุ้มยังคุยได้แนะยื่นให้ทบทวน
ศาลปกครองกลาง เรียกช่อง 3กสท. ไต่สวน 8 ต.ค. ก่อนจอดำบนเคเบิลดาวเทียมทีวี 11 ต.ค.นี้
นายดนัย ศรีโมรา ตุลาการผู้พิจารณคดีพิพาทระหว่างบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารช่อง 3 อะนาล็อก กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า มีหนังสือนัดไต่สวนคู่กรณีทั้งสองในวันที่ 8 ต.ค. เวลา 13.00 น. หลังช่อง 3 ได้ยื่นคำขอทุเลาคำสั่งทางปกครองต่อศาลเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ช่อง 3 ได้ยื่นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองพิพาทไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เนื่องจากการเจรจาเพื่อหาข้อยุติพิพาทยังไม่อาจกระทำได้สำเร็จภายในกำหนดตามคำสั่งศาล ที่ได้มีคำสั่งทุเลาคำสั่งของ กสท. กรณีสั่งให้โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลต้องปลดสัญญาณช่อง 3 ลงตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. โดยขยายระยะเวลาให้ช่อง 3 ยังคงออกอากาศบนโครงข่ายทั้งสองต่อไปได้จนถึงวันที่ 11 ต.ค. เวลา 16.30 น.
สำหรับกรณีพิพาทครั้งนี้ ช่อง 3 ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณี กสท. มีมติให้โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมต้องระงับการเผยแพร่สัญญาณของช่อง 3 อะนาล็อกตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ช่อง 3 จอดำโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ซึ่งศาลได้เรียกไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งขยายเวลาจอดำไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเจรจากันได้ในที่สุด
นายธนชัย วงศ์ทองศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท ในฐานะผู้ให้สัมปทานช่อง 3 กล่าวว่า ทางออกของช่อง 3 ตอนนี้ มี 2 ทาง คือ 1.ให้บริษัท บีอีซีมัลติมีเดีย ผู้ดำเนินธุรกิจช่อง 3 คมชัดสูง (3HD) ไปเช่าลิขสิทธิ์รายการของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้ดำเนินธุรกิจช่อง 3 อะนาล็อก มาออกอากาศบางรายการหรือทั้งหมด ซึ่งสามารถดำเนินการได้ ส่วนทางที่ 2 ให้บริษัท บีอีซีมัลติมีเดีย และบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ควบรวมกัน ซึ่งสามารถดำเนินการได้เช่นกัน โดยไม่ผิดสัญญาสัมปทาน
“ถ้าช่อง 3 ต้องการให้ทุกอย่างจบลงเร็ว โดยไม่ต้องรอเวลาในการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัท ซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลานานก็สามารถทำในรูปแบบนิติบุคคลได้ เพราะขั้นตอนดังกล่าวจะใช้เวลาสั้นกว่า” นายธนชัย กล่าว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาได้หารือกับผู้บริหารบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารช่อง 3 อะนาล็อกได้ข้อสรุปว่า ทางช่อง 3 ยืนยันว่าไม่ขอรับมติจาก กสท.ที่ให้ช่อง 3HD ซึ่งเป็นช่องดิจิทัล สามารถนำผังรายการช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาช่อง 3 อะนาล็อกจอมืดบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ช่อง 3 ไม่เห็นด้วยกับมติของ กสท. เพราะแนวทางดังกล่าวมีความชัดเจนไม่เพียงพอ ดังนั้นช่อง 3 จึงขอไม่ดำเนินการใดๆ จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่ง หลังเวลา 16.30 น. ของวันที่ 11 ต.ค.ที่จะถึงนี้ และเมื่อช่อง 3 มีความชัดเจนดังกล่าว กสทช.จึงได้แนะนำว่า ถ้าไม่เห็นด้วยกับมติบอร์ด กสท.ก็สามารถทำหนังสือเสนอให้บอร์ด กสทช.ชุดใหญ่พิจารณาทบทวนได้ และหากช่อง 3 ยื่นหนังสือมาเร็ว จะเรียกประชุมบอร์ด กสทช.ทันทีเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 11 ต.ค." เลขาธิการกสทช. กล่าว
สำหรับ ตัวแทนผู้บริหารช่อง 3 ที่เข้าหารือกับเลขาธิการกสทช. คือ นายประสาร มาลีนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ และนายสุรินทร์ กฤติยาพงศ์พันธ์ุ รองกรรมการผู้จัดการ ช่อง 3
อย่างไรก็ตาม บอร์ดกสท. มีมติวันที่ 6 ต.ค. ว่าบอร์ดจะไม่หารือกับช่อง 3 เรื่องออกอากาศคู่ขนานอีก เนื่องจากบอร์ดได้มีมติชัดเจนแล้วว่า ช่อง 33 เอชดี ดิจิทัล สามารถซื้อรายการของช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศได้ และให้ช่อง 33 เอชดีส่งผังรายการมาให้กสท. พิจารณา และจะมอบหน้าที่การเจรจาให้สำนักงานกสทช. เป็นผู้ดำเนินการเจรจาทั้งหมด







