
8 ผลงานชิ้นโบแดง
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลดำเนินงานด้านเศรษฐกิจในเดือน ก.ย.ต่อ ครม. ใน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน หรือ ต.ค.-ธ.ค. 2557 เพื่อสร้างรายได้และก่อให้เกิดการจ้างงาน วงเงินรวม 3.64 แสนล้านบาท
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลดำเนินงานด้านเศรษฐกิจในเดือน ก.ย.ต่อ ครม. ใน 8 ด้าน ประกอบด้วย 1.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน หรือ ต.ค.-ธ.ค. 2557 เพื่อสร้างรายได้และก่อให้เกิดการจ้างงาน วงเงินรวม 3.64 แสนล้านบาท
2.เรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ซึ่งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเห็นชอบหลักการแก้ไขปัญหา คือ ลดอุปทานส่วนเกิน ควบคุมปริมาณการผลิตโดยการโค่นยางเก่าปีละ 4 แสนไร่ สนับสนุนเงินหมุนเวียนในการรวบรวมและแปรรูปยาง 3 หมื่นล้านบาท
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังได้รายงาน ครม.เกี่ยวกับการบริหารสต๊อกยางของรัฐว่าอีก 12 วันข้างหน้าจะมีข่าวดีว่าสามารถขายยางที่อยู่ในสต๊อกของรัฐ 2 แสนตันได้แล้ว โดยได้ราคาที่สูงกว่าตลาด และจะมีโครงการโรดโชว์เพื่อหาตลาดใหม่สำหรับการส่งออกยางพารา
3.ด้านการเตรียมพร้อมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ได้ยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสร็จแล้วทั้ง 13 ฉบับ และส่งให้กฤษฎีกาปรับปรุงแก้ไขเป็นร่างสุดท้ายก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
4.การปรับปรุงโครงสร้างภาษี ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุว่า การจัดทำร่างกฎหมายภาษีมรดกจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยไม่ใช่การจัดเก็บขั้นต่ำ 10% แต่จะเก็บภาษีที่ขั้นสูงสุด 10%
5.การปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สอดคล้องกับต้นทุน 6.มีการออกใบอนุญาตประทานบัตรและอาชญาบัตร 101 แปลง ซึ่งค้างมาหลายปีแล้ว และกระทรวงอุตสาหกรรมมอบให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไปผลักดันโครงการรับเบอร์ซิตี้ ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเดือน ต.ค. 2558 แล้วเสร็จภายในปี 2560
7.กระทรวงคมนาคมเจรจายืดอายุราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินออกไปจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2557 เร่งเปิดประมูลการเดินรถไฟฟ้ามวลชนในกรุงเทพฯ ตลอดจนตกลงกับตัวแทนผู้ขับแท็กซี่ให้คงราคาค่าโดยสารเบื้องต้นที่ 35 บาท แต่ให้ปรับราคาส่วนที่จะเพิ่มขึ้นตามระยะทางให้เพิ่มได้เร็วขึ้น และ
8.รายงานความคืบหน้าการระบายข้าวออกจากสต๊อกรัฐบาล โดยเดือน ส.ค.ก.ย. สามารถระบายข้าวได้ 8.79 แสนตัน
ด้าน มนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางสั่งทุกส่วนราชการให้เร่งเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี ซึ่งมีวงเงินรวม 3.5 แสนล้านบาท ให้เสร็จสิ้นในไตรมาสแรกของปีงบ 2558 หรือภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 2557 แบ่งเป็นงบเหลื่อมปีที่ทำเรื่องขอไว้ตั้งแต่ปี 2548-2556 จำนวน 8 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบเหลื่อมปีของปีงบ 2557 ที่ทำเรื่องขอกันงบไว้ 2.7 แสนล้านบาทนั้น กรมบัญชีกลางทยอยอนุมัติเบิกจ่ายแล้ว 8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าหลังสิ้นเดือน ต.ค. 2557 กรมบัญชีกลางจะทำข้อมูลการเบิกจ่ายของส่วนราชการ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ตั้งงบเบิกจ่ายเงินล่าช้า และเสนอให้ รมว.คลัง ทราบและรายงาน ครม.เพื่อสั่งการเร่งรัดเบิกจ่ายโดยเร็ว“ส่วนราชการที่ยังไม่มีการก่อหนี้ผูกพัน 3 หมื่นล้านบาท จากนี้จะต้องเร่งทำรายการเพื่อขอเบิกจ่ายเข้ามา หรือกรณีที่จะขอเปลี่ยนแปลงโครงการจะต้องมีเหตุผล ถ้าเห็นสมควรก็เบิกจ่ายได้ แต่ถ้าไม่มีชี้แจงก็สามารถสั่งพับวงเงินแล้วนำเงินไปใช้จ่ายในโครงการอื่นที่ผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้แทน” มนัส กล่าว
สำหรับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของปี 2558 นั้น ในช่วงไตรมาสแรกจะเน้นเรื่องการเบิกจ่ายงบประจำโครงการลงทุนที่มีงบผูกพัน เพราะสามารถเบิกจ่ายได้ทันที ส่วนงบลงทุนจะเร่งรัดการก่อหนี้ให้ได้ภายในวันที่ 25 ธ.ค. 2557 ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ลดขั้นตอนการปฏิบัติตามระเบียบอีออกชั่น โดยในระหว่างที่มีการพิจารณาอุทธรณ์ให้หน่วยงานดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ต้องระงับการดำเนินงานได้ ซึ่งจะลดเวลาดำเนินการลงเหลือ 42 วันจากเดิม 85 วัน







