posttoday
ปิดตำนาน“ท่านรองโรมานอฟ”

ปิดตำนาน“ท่านรองโรมานอฟ”

07 ตุลาคม 2557

ถึงวันนี้แม้พ.อ.อภิวันท์จะจากไป แต่เขาก็ยังอยู่ในใจของคนเสื้อแดงจำนวนมาก รวมถึงเป็นตำนานของสภาไทย

โดย....ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

พรรคเพื่อไทยได้สูญเสียบุคคลสำคัญลง เมื่อ “พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย” หรือ “เสธ.เปีย”  เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเวลา 22.38 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) ด้วยวัย 65 ปี หลังเข้ารับการรักษาอาการปอดติดเชื้อที่ประเทศฟิลิปปินส์มาเป็นเวลานาน  หลังจากเดินทางออกประเทศหลังการรัฐประหารของ คสช.  ขณะที่เจ้าตัวก็โดนดดีความผิดตามประมวลอาญามาตรา 112 จากกรณีขึ้นปราศรัยเวที นปช. กล่าวพาดพิงสถาบัน ในท้องที่ สน.ชนะสงครามในเดือนก.ค. 2557 จนศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ

พ.อ.อภิวันท์ มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยและขบวนการเสื้อแดง  เพราะควบเก้าอี้ทั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำเสื้อแดงรุ่นบุกเบิก หรือ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือนปก.รุ่น1 หลังเกิดการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ใหม่ๆ

เกิดเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ปี 2492 ที่จ.นนทบุรี ในด้านการเมือง เป็น ส.ส.จังหวัดนนทบุรีครั้งแรก เมื่อปี 2539 สังกัดพรรคความหวังใหม่ สมัยที่ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นอดีตคนสนิทของ นายเสนาะ เทียนทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย  แต่หลังจากนายเสนาะลาออกจากพรรคจึงเข้าร่วมกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ช่วงรัฐประหารของ คมช. ปี 2549 พ.อ.อภิวันท์ ได้เข้าร่วมเป็น นปก. ต่อสู้กับอำนาจนอกระบบ และร่วมปราศรัยกับคนเสื้อแดงหลายเวที เรียกร้องให้มีการคืนอำนาจ จัดการเลือกตั้ง  กระทั่งตกเป็น 1 ใน 9 ผู้ถูกจับกุมจากคดีบุกรุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2550  

ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง พรรคไทยรักไทยที่แปรภาพมาเป็นพลังประชาชนชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล เมื่อต้นปี 2551 เจ้าตัวได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง โดยการสนับสนุนจากแกนนำ นปช.หลายคนในพรรคพลังประชาชนขณะนั้น บทบาทของ เสธ.เปียในฐานะรองประธานสภาได้รับคำชื่นชม เพราะแม้ว่า เขาต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโจมตีขุนพลของฝ่ายอภิสิทธิ์อย่างเผ็ดร้อน  แต่เขาก็แยกบทบาทและหน้าที่ ควบคุมการประชุม ด้วยการวางตัวเป็นกลาง กระทั่งพรรคต้นสังกัด ก็ยังไม่พอใจ เพราะหาว่า เข้าข้างพรรคประชาธิปัตย์มากเกินไป

ในช่วงการเมืองขัดแย้ง มีการสลับขั้วเปลี่ยนรัฐบาล พ.อ.อภิวันท์ ก็ถอดเสื้อสูทในสภา หันมาใส่เสื้อแดง ปราศรัยข้างนอก โจมตี ชนชั้นปกครอง พรรคประชาธิปัตย์  รวมถึงการให้สัมภาษณ์สื่อด้วยวาจาดุเดือดเพื่อสกัดไม่ให้มีใช้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงการเมือง   จนเป็นที่มาของฉายา “ท่านรองโรมานอฟ”

ที่มาฉายานี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2552 พ.อ.อภิวันท์ ได้พูดเปรียบเทียบโดยอ้างคำพูดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น 

“ท่านพูดในที่ประชุมโดยย้ำเรื่องความเป็นธรรมของผู้ปกครองและภายใต้ผู้ปกครองว่า ถ้าผู้ปกครองไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้ปกครอง ประชาชนก็จะไม่ยอมรับ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีตัวอย่างให้มาแล้วเหมือนกับกรณีราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซียที่ไม่ฟังประชาชน”

ประโยคดังกล่าวถูกตีความจากฝ่ายตรงข้ามและหยิบมาโจมตีว่าไม่เหมาะสม เพราะนำการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายในโซเวียต มาเปรียบเทียบกับ ชนชั้นปกครองของไทย ทำให้พ.อ.อภิวันท์ ชี้แจงว่า การยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ราชวงศ์โรมานอฟเพราะอยากเตือนสติให้เห็นถึงสถานการณ์การเมืองบ้าน  ที่มีความแตกแยกสูง  เนื่องจากมีการแอบอ้างสถาบันมาทำลายล้าง เพื่อผลประโยชน์ฝ่ายหนึ่งเพื่อทำลายอีกฝ่าย

“ผมจึงเอาหนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์โรมานอฟ ของรัสเซีย ราชวงศ์บูร์บง ของฝรั่งเศส รวมทั้ง การล่มสลาย ราชวงศ์ฮั่น  มานั่งอ่าน จึงรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ในประเทศไทย เพราะก่อนหน้าการล่มสลายของทั้ง 3 ราชวงศ์ เกิดเหตุการณ์คล้ายกับประเทศไทยในปัจจุบัน”

อีกตัวอย่างการปราศรัยที่ดุเดือดในแบบฉบับของเสธ.เปีย  คือ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2553 เวลา 19.30 น. พ.อ.อภิวันท์  ขึ้นเวทีที่ตลาดนัดจตุจักร จ.ลำพูน  โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ และพาดพิงถึงเรื่อง “อำมาตย์-ขันทีเฒ่า” ตอนหนึ่งว่า

“วันนี้กูไม่เอาคนหน้าหล่อ เอาแต่คนหน้าเหลี่ยม คนหน้าหล่อใจคออำมหิต แต่คนหน้าเหลี่ยมเขารักประชาชน เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเพราะ อำมาตย์มันเอาเรื่อง มีบุรุษสูงไม่ปรากฏเพศแน่ชัด อาละวาดแล้ว ยุให้ปฏิวัติ ผมเรียกมันว่าขันทีเฒ่าที่มาทำลายทักษิณ พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย แต่กูจะไม่ยอมมึงอีกแล้ว  วันนี้เราอยู่ในรัฐบาลภายใต้อุ้งตีนอำมาตย์ และได้เผด็จการซ่อนรูปที่พม่ายังกลัวไม่ให้เข้าประเทศเพราะกลัวจะติดเชื้อ และได้รัฐบาลเด็กๆ ที่ทำอะไรไม่เป็น”

“ผลงานที่โดดเด่นของรัฐบาลนี้มีเพียงเรื่องหมีแพนด่าหรือ “ไอ้หมีหน้าฮ๊าก” รัฐบาลมาร์คเป็นประชาธิปไตยแดกได้ เพราะมันทุจริต ต่างจากประชาธิปไตยยุคทักษิณที่กินได้ เช็คช่วยชาติเป็นเช็คชาติชั่ว ชุมชนพอเพียงก็เป็น ชุมชนแพงเพียบ  เรือเหาะซื้อมาไม่ทันไร ก็รั่วแล้ว มากล่าวหาเรื่องท่อน้ำเลี้ยง  แต่ตรวจสอบก็ไม่เจอเสียที เจอก็แต่ท่อน้ำเชื้อ ซึ่งใช้การไม่ได้แล้ว”

ความขัดแย้งการเมืองที่รุนแรง แยกขั้ว พ.อ.อภิวันท์ ประกาศขอสู้รักษาประชาธิปไตยสุดชีวิตในทุกเวที เป็นที่รักของมวลชนคนเสื้อแดง ช่วงดังกล่าวพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ พ.อ.อภิวันท์ลาออกจากรองประธานสภาเพราะปราศรัยไม่เหมาะสม แต่พ.อ.อภิวันท์ ชี้แจงว่า   การที่ขึ้นเวทีเสื้อแดงไม่ได้ผิดกฎหมายประการใด

“ผมนี่แหละแดงร้อยเปอร์เซ็นต์ แดงทั้งผัว แล้วก็แดงทั้งเมีย แดงทั้งลูก แล้วก็แดงทั้งหลาน แดงทั้งครอบครัวครับพี่น้อง นี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ถามว่าการเป็นคนเสื้อแดงมันเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร ถ้าจะผิด ผิดอย่างเดียว ผมไม่ได้เป็นตุ๊ด  ปีนี้ปี 2552 บ้านเมืองวิปริตผิดอาเพศ ตุ๊ดมันครองเมือง! มันผิดอาเพศไปหมด พี่น้องทั้งหลายครับ คนที่ไม่รักพรรคประชาธิปัตย์ คนที่รักพรรคเพื่อไทย “ขันทีเฒ่า” มันบอกว่าไม่จงรักภักดี ขันทีเฒ่ามันบอกว่าคนเหล่านั้นทรยศชาติ แล้วก็อยากจะถามว่า คนที่สร้างคุณงามความดีให้กับบ้านเมืองมาตลอด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ “บิ๊กจิ๋ว” ทรยศชาติตรง”   

นอกจากนี้ เสธ.เปีย ยังเป็นคนที่ออกมาเปิดเผยถึงแผน 7 ขั้นล้มทักษิณ ด้วยว่า การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ถึง 1 ปี แผน 7 ขั้น  ซึ่งเคยพูดไปแล้วที่หน้าบ้าน สี่เสาเทเวศร์ กับแผน ล่อเสือออกจากถ้ำ รุมขย้ำด้วยพันธมิตร ตามติดขันทีรังควาน วิชามารเผด็จศึก คึกคักนักวิชาการ ลอบสังหารนายกฯ สกปรกยึดอำนาจ

ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์   พ.อ. อภิวันท์ ถูกวางตัวให้นั่งเป็นเสนาบดี ตั้งแต่รมว.มหาดไทย  รมช. มหาดไทย กระทั่ง รมว.ศึกษา เพื่อตอบแทนที่เสธ.ทำงานให้กับพรรคอย่างทุ่มเท  แต่สุดท้ายโควต้าก็ตกกับแกนนำนปช.  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ   รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ก็คาดกันว่า ถ้ามีการปรับครม. หรือ เลือกตั้งใหม่อีกครั้ง พ.อ.อภิวันท์จะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นครั้งแรกแน่ สุดท้ายมาถูกคสช.รัฐประหารโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปก่อน

ถึงวันนี้แม้พ.อ.อภิวันท์จะจากไป แต่เขาก็ยังอยู่ในใจของคนเสื้อแดงจำนวนมาก รวมถึงเป็นตำนานของสภาไทยในยุคที่การเมืองขัดแย้งรุนแรงที่สุดอีกยุคหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก