
ขรก.มหาดไทยกับหัวใจช้ำๆ
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยโดนถล่มเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมากที่สุดอาทิ เรื่องความไม่ชอบมาพากลเรื่องการโยกย้ายราชการ เรื่องการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ การออกใบอนุญาตจำหน่ายอาวุธปืน ฯลฯ จนทำให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้รับคะแนนไม่ไว้วางใจเป็นอันดับรองบ๊วยด้วยคะแนน 236 คะแนน
อย่างไรก็ตาม น่าสนใจว่าเสียงจากข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในฐานะฝ่ายปฏิบัติมองการอภิปรายครั้งนี้อย่างไร
นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตอธิบดีกรมการปกครองที่ถูกย้าย 24 ชั่วโมง มาเป็นผู้ตรวจกระทรวง ให้ความเห็นเรื่องความไม่ชอบธรรมในการโยกย้ายข้าราชการ การซื้อขายตำแหน่ง ว่าเป็นไปแบบที่พรรคฝ่ายค้านอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ ที่ถึงวันนี้ตนเองยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าย้ายตนเองมาเป็นผู้ตรวจฯ เพราะอะไร
“
การที่ให้เหตุผลบอกว่าย้ายข้าราชการเพื่อ ‘ความเหมาะสม’ ต้องตอบให้ได้ว่าแต่ละรายมีความไม่เหมาะสมอะไร หรือว่าย้ายผมมาตรงนี้เพราะไม่เหมาะสมกับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองตรงไหน ขาดราชการหรือไม่ ไล่เป็นวันเลยก็ได้” นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวทั้งนี้ คิดว่าเป็นเรื่องความเหมาะสมหรือเป็นเรื่องพรรคพวกกันแน่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองถือว่าเลวร้ายและถือว่าต่ำสุดๆ เพราะเป็นการย้าย 24 ชั่วโมงมาเป็นผู้ตรวจฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก อย่างไรก็ตาม การโดนย้ายแบบโง่ๆ แบบนี้ ดีกว่าถูกกล่าวหาว่าโดนย้ายเพราะคอร์รัปชัน
“
การทำงานที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 3,400 ล้าน ที่พรรคฝ่ายค้านอภิปรายว่ามีการทุจริตนั้น ตนเองทักท้วงมาตลอดและส่งหนังสือให้ไปแล้ว แต่ไม่มีใครฟัง กลับเอาหนังสือข้อทักท้วงไปดองไว้ เพราะตนเองได้ระบุชัดๆ เลยว่าโครงการนี้เห็นควรรายงานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าโครงการนี้ผิดขั้นตอนต้องมีการทบทวน แต่เหมือนเป็นการเป่าปี่ใส่หูคนหรืออย่างไรถึงไม่ได้ยิน” นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวขณะที่คณะกรรมการกำหนดขอบเขตงาน (ทีโออาร์) โครงการจัดทำให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียน และบัตรประชาชนแบบใหม่ รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องคอมพิวเตอร์ 3,490 ล้านบาท ของกระทรวงมหาดไทย คนหนึ่ง บอกว่า การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านเรื่องโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์นั้น เป็นแค่ภาพรวมโครงการ และน่าจะเป็นจริงตามนั้นว่ามีความไม่ชอบมาพากล เพราะขณะนี้ทั้งกรมบัญชีกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมทั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของกรมการปกครอง ต่างเห็นตรงกันว่าเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ผิดปกติ เพราะการประกวดราคาไม่เป็นไปตามที่ทีโออาร์กำหนด ดังนั้นต้องดูว่ากระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยการตัดสินขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับปลัดกระทรวงมหาดไทย และ รมว.มหาดไทย
ปิดท้ายที่นายสมคิด ใจยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ที่ดูแลเรื่องการขอใบอนุญาตร้านค้าปืน อธิบายว่า การอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่ามีการต้องจ่ายเงิน 4.5 ล้านบาท เมื่อมีการเซ็นอนุมัติเปิดร้านจำหน่ายปืนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีข้อเท็จจริง เพราะหากเป็นแบบนั้นคงไม่มีการขอใบอนุญาตกว่าร้อยใบแบบนี้ เพราะคงไม่มีใครมีเงินทองมากมายแบบนั้น และในฐานะที่ทำงานอยู่ตรงนี้ยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์แบบนี้
“
การอภิปรายต้องมีการหาเหตุหาเรื่องให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการเรียกเก็บเงินค่าใบอนุญาตน่าจะเป็นเพราะคงมีผู้เสียประโยชน์มากกว่า ว่าทำไมคนนั้นได้แต่ฉันไม่ได้ ทั้งที่การขอใบอนุญาตค้าปืนหรือซื้อปืนไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ เพราะต้องมีการตรวจสอบประวัติกันอย่างเข้มข้น มีประวัติอย่างไร ฐานะเป็นอย่างไร ไม่ใช่ซื้อกันง่ายๆ กว่าจะได้สักกระบอกยากมาก เพราะความประพฤติบางคนไม่สามารถออกอนุญาตให้ได้” นายสมคิด กล่าวทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสะท้อนจากข้าราชการมหาดไทยในยุคภูมิใจไทย







