
ท่วงทำนองแห่งความเศร้า บทเพลงกัดกร่อน 'วังน้ำเขียว'
ในโมงยามที่ความเหงาไม่เคยปรานี ลมหนาวได้หอบหิ้วบรรยากาศชำแรกความรู้สึกของคนโสด
ในโมงยามที่ความเหงาไม่เคยปรานี ลมหนาวได้หอบหิ้วบรรยากาศชำแรกความรู้สึกของคนโสด หากแต่ใครบางคนกำลังระอุอุ่นด้วยไอรัก ลมหนาวช่างเร้าทิวทัศน์รอบด้านโรแมนติกไม่มีอื่นเสมอเหมือน
ช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีงานแถลงข่าวการจัด “คอนเสิร์ต” ที่น่าสนใจ คำเชื้อเชิญจากผู้จัดชวนให้หลงใหลในกลิ่นอายแห่งความรักที่จะตลบอบอวลทั่วทั้ง “วังน้ำเขียว”
“โอโซนที่ดีที่สุดในประเทศ” ก็หนึ่งล่ะ “โอโซนบริสุทธิ์ติด 1 ใน 7 ของโลก” อีกหนึ่งล่ะ ทั้งหมดปลูกสร้างจินตนาการเฉกเช่นแรงดึงดูดทรงมนต์เสน่ห์
จนกระทั่ง “ความจริง” สำแดง จากคำอธิบายของ อาภา หวังเกียรติ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ระบุว่า คุณสมบัติของโอโซนเป็นก๊าซพิษ หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณความเข้มข้นมากจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
ข้อมูลจากสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า โอโซนที่มีความเข้มข้นมากสามารถทำปฏิกิริยากับร่างกายได้และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อหายใจเข้าไปโอโซนจะทำอันตรายต่อปอด แม้ว่าจะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยโอโซนสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ไอ หายใจไม่ออก เจ็บคอ ระคายเคืองคอ โอโซนสามารถทำให้เกิดปัญหาโรคระบบทางเดินหายใจอย่างเรื้อรัง
สำหรับผมแล้ว วินาทีนั้นความสวยงามที่ผู้จัดคอนเสิร์ตพยายามประกอบสร้างขึ้นพังพาบลงโดยสิ้นเชิงและลึกเข้าไปใน “ท่วงทำนองแห่งรัก” ซึ่งบรรเลงขับกล่อมครั้งนี้จะพบว่ามี “มหากาพย์แห่งความเศร้า” หลบซ่อนตัวอยู่
แล้วอะไรคือความเศร้า?
อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รอยต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และพื้นที่ป่าสงวนมีข้อพิพาทเรื่องการ “บุกรุก” ผืนป่ามาโดยตลอด หนำซ้ำแนวโน้มการบุกรุกยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ป้ายการขายที่ดินมีให้เห็นอย่างเกลื่อนกลาด คนเมืองหลวงนายทุนต่างจับจองผืนป่าทุกครั้งที่มีช่อง มาตรว่าพื้นที่แห่งนั้นไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีกฎหมายรับรอง แต่ก็ใช่ว่าเป็นสาระสำคัญที่กลุ่มคนเหล่านี้นำมาเป็นประเด็นตัดสินใจ
ผืนป่า “วังน้ำเขียว” ในวันนี้ จึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างไปจาก “พื้นที่เอกชน” ที่บรรดาออร์แกไนซ์นักธุรกิจ ฉวยใช้เพื่อสร้างจุดขายในการจัดกิจกรรมแสวงหาผลกำไร
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน มีการจัด “คอนเสิร์ตเพื่อชีวิต” ระดมทุนบำรุงเขาใหญ่ มีผู้เข้าร่วมอย่างคึกคักแน่นขนัด แสงสีเสียง กระหึ่มละลานตา ...ส่วนเหล่าสัตว์ป่าได้แต่ก้มหน้าแบกรับชะตากรรม
ซ้ำร้ายกว่านั้น ทุกครั้งที่มีการจัดมหกรรม “คอนเสิร์ต” ที่พักรีสอร์ท หลากหลายแห่งถูกจับจองล่วงหน้าจนเต็มอัตราที่รองรับได้ โดยเฉพาะสถานที่ที่วิวสวยงาม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นที่ “บุกรุก” ทั้งสิ้น
เมื่อปี 2554 ประเสริฐ วิศิษฏจินดา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ให้ข้อมูลการตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.401 ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่าสำนักงานได้ดำเนินการตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.401 ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ไปแล้ว 572 ราย จากทั้งหมด 6,412 ราย พื้นที่รวมจำนวน 139,300 ไร่ พบว่า 40% ถูกเปลี่ยนมือจากเจ้าของเดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีรีสอร์ท 21 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก.ด้วย
ขณะที่ปี 2556 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับชมรมนักกฎหมายสิ่งแวดล้อม จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ปัญหารีสอร์ทบุกรุกอุทยานแห่งชาติ จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร” โดย ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า ปี 2504 เป็นปีที่ประเทศไทยมี พ.ร.บ.อุทยานฯ ฉบับแรก ขณะนั้นมีพื้นที่ป่าไม้จำนวน 60% ของประเทศ แต่เวลานี้เหลือเพียง 20% นั่นหมายความว่าความเจริญของบ้านเมืองแลกมากับพื้นที่ป่าที่สูญเสียไป
ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะประกาศกร้าวแก้ปัญหาการบุกรุกป่า ทว่าก็ยังมีนายทุนที่ไม่เกรงกลัว
“เสียงเพลงจะดังขึ้นที่วังน้ำเขียว” คือคำยืนยันจากผู้จัดคอนเสิร์ต
“...”







