
"ขัดขา-งัดข้อ"เกาะเต่าไม่กระเตื้อง
กว่า 2 สัปดาห์ ที่เกิดเหตุฆาตกรรมสองหนุ่มสาวนักท่องเที่ยว แต่การดำเนินคดีของตำรวจยังไร้ความคืบหน้า
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
กว่า 2 สัปดาห์ ที่เกิดเหตุฆาตกรรมสองหนุ่มสาวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี การติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีของตำรวจก็ยังไร้ความคืบหน้า แม้ว่าจะส่งตำรวจทั้งมือดีและยอดนักสืบกว่า 100 ชีวิตลงพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เห็นแม้เงาของคนร้าย
เป็นโจทย์ใหญ่อันหนักอึ้งของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ ที่ต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ และคดีฆาตกรรมเขย่าโลกในเมืองท่องเที่ยวของไทยก็เป็นงานหลักที่ต้องประกาศศักดาถึงฝีมือ
ประการแรกของ พล.ต.อ.สมยศ คือต้องลากตัวคนร้ายมาให้ได้ แต่เหมือนนักสืบของตำรวจที่ทำคดีนี้อยู่จะเหมือนเรือไม่มีหางเสือ ด้วยว่าทิศทางทำคดีกลับไม่เด่นชัด ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ออกมาสู่สาธารณะ
กระบอกเสียงที่ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีเพียงแค่คำพูดว่าตำรวจกำลังทำงานอย่างเต็มที่ ระบุผู้ต้องสงสัยได้ แต่เมื่อนำตัวมาสอบสวนก็ไม่ใช่
ที่สำคัญความล่าช้าในการติดตามคนร้ายจะส่งผลต่อไปยังความมั่นใจต่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วย และหากคนร้ายหายหัวไปได้ไร้ความคืบหน้า สายตาทั่วโลกจะจับจ้องถึงการเอาจริงเอาจังของรัฐบาลทันที
ปัญหาแห่งความล่าช้าขณะนี้อาจเป็นเพราะการใช้งานตำรวจไม่ตรงกับความสามารถ และอีกทางก็เลือกใช้ตำรวจที่ช่ำชองไม่ตรงกับงาน
เช่น พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เมื่อสอดส่องเข้าไปก็พบว่า พล.ต.ท.ปัญญา เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 32 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. หลานเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังถูกเด้งย้ายออกไปเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ สบ 8 อีกทั้งครั้งที่ พล.ต.ท.ปัญญา ได้มานั่งเก้าอี้ทองคำอย่างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ก็ได้รับการเห็นชอบจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ
จุดนี้เองที่อาจจะทำให้เกิดทำงานล่าช้า เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ ที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ในยุครัฐบาลจากการรัฐประหาร สั่งการลงไปในพื้นที่แล้วไปเจอกับคนจากขั้วอำนาจเดิม การงานเลยล่าช้า ทั้งนี้ พล.ต.ท.ปัญญา ถือเป็นนายตำรวจใหญ่ที่มากบารมี ผู้ใต้บังคับบัญชามีจำนวนมาก และด้วยความใกล้ชิดของลูกน้องกับนายในพื้นที่ คำสั่งจาก พล.ต.ท.ปัญญา จึงอาจสำคัญกว่าคำสั่งของ ผบ.ตร.คนใหม่อย่าง พล.ต.อ.สมยศ
และใช่ว่านายตำรวจมากประสบการณ์อย่าง พล.ต.อ.สมยศ จะไม่เห็นปัญหาในข้อนี้ จึงต้องสนธิกำลังจากส่วนกลางเข้าไปเสริมในฐานะทีมเฉพาะกิจ เพื่อทำคดีให้มีความกระจ่างโดยเร็วและไม่หวังพึ่งพาตำรวจในพื้นที่แล้ว
เริ่มจากใช้คนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้อย่าง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พานักสืบมือดีจากกรุงเทพฯ ลงพื้นที่ติดตามคนร้าย ร่วมด้วยทีมตำรวจจากกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผู้กำกับการ
รวมถึงยังส่งทีมจากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับการตำรวจน้ำ เพื่อทำหน้าที่ปรับความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ
แต่หากมองภาพรวมแล้ว แม้ว่าการแก้เกมอย่างธรรมดาของ พล.ต.อ.สมยศ ด้วยการส่งทีมเฉพาะกิจเข้าไปก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก โดยเฉพาะทีมของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ ที่ พล.ต.อ.สมยศ ส่งลงไปนั้น มีหน้าที่ให้รายงานตรงมาที่ พล.ต.อ.สมยศ ได้ทันที แต่เมื่อได้รับข้อมูลแล้วจะวางแผนสั่งการก็ต้องใช้กำลังหลักในพื้นที่ ซึ่งเป็นของ พล.ต.ท.ปัญญา ทำให้รอยต่อเพื่อให้งานไปในทิศทางเดียวกันยังคงไม่ราบเรียบ
เป็นโจทย์หินสำหรับ พล.ต.อ.สมยศ ที่นอกจากจะต้องตามล่าคนร้ายแล้ว ศึกภายในของตำรวจเองก็เป็นตัวที่จะวัดฝีมือเช่นกัน เพราะยังมีตำรวจน้ำเดิมจากขั้วอำนาจเก่าที่พร้อมจะลองของกับ ผบ.ตร.คนใหม่อย่าง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เช่นกัน







