
อย.คุมเข้มยาลดอ้วนทะลักจากชายแดน
เลขาธิการ อย. สั่งคุมเข้มยาลดความอ้วนอันตรายทะลักจากชายแดน
เลขาธิการ อย. สั่งคุมเข้มยาลดความอ้วนอันตรายทะลักจากชายแดน
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวในระหว่างอบรมผู้ประกอบการร้านขายยากว่า 200 ราย เรื่องบทบาทร้านขายยากับการดูแลสุขภาพในชุมชนที่โรงแรมท็อปแลนด์พลาซ่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่า ร้านขายยานับเป็นองค์กรหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในระบบสุขภาพของประเทศ ร้านขายยาช่วยแบ่งเบาภาระการรักษาพยาบาลของประชาชนในโรคเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอย.ได้รับการร้องเรียนเรื่องร้านขายยาเข้ามาจำนวนมาก อย.ในฐานะผู้กำกับดูแลร้านขายยา จึงมีนโยบายและขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านขายยาทุกร้าน โดยเฉพาะยาอันตรายนั้นต้องคุมเข้มเป็นพิเศษ เช่น ยาลดความอ้วนที่ทะลักจากชายแดน
“ยาที่พบว่ามีอันตรายในขณะนี้และเป็นปัญหาสังคมคือ การขายยาแก้วหวัดสูตรที่มี สูโอดีเฟดริน ( Pseudoephedrine ) ขอให้ระวังเป็นพิเศษ ไม่ขายให้ในปริมาณมาก ๆ เพราะมีผู้นำเอายาแก้หวัดชนิดนี้ไปสกัดเอาสูโอเปดริน แล้วนำไปทำเป็นยาบ้า และยาไอซ์ ที่มีการจับกุมได้บ่อย ๆ ในภาคเหนือ จำนวนหลายแสนเม็ด ต้นทุนยาแก้หวัดนี้ ราคาเม็ดละ 1 บาท แต่พวกนี้นำไปสกัดแล้วผสมสารเคมีบางอย่าง กลายเป็นยาบ้ากลับมาขายในราคาเม็ดละ 100 บาท หรือ ถ้าไปสกัดบริสุทธิ์จริง ๆ ก็ได้เป็นยาไอซ์”
นพ.พิพัฒน์ กล่าวกำชับผู้ประกอบการร้านขายยาอีกหลายด้าน อาทิ การขายยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น Prednisolone, Dexamethasone ขอให้ขายตามใบสั่งแพทย์และควบคุมการส่งมอยยาโดยเภสัชกร เพื่อป้องกันมิให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยาประเภทนี้ ห้ามขายยาชุดโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยที่ได้รับยาในปริมาณมากแล้ว ผู้ขายยายังมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ยามาตรา 75 ทวิ ระวางคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือร้านขายยา พัฒนาร้านให้ได้ตามเกณฑ์ร้านขายยาคุณภาพตามกำหนดของอย.และสภาเภสัชกรรม เพื่อให้ร้านขายยามีคุณภาพมาตรฐาน มีการจัดทำทะเบียนผู้รับบริการ การให้บริการถูกตามหลักเภสัชกรรม มีเภสัชกรประจำร้านตลอดเวลา ที่ขณะนี้ ในจังหวัดพิษณุโลก มีร้านขายยาที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพจำนวน 5 ร้าน ได้แก่ ร้านยาฟาร์มาเซีย พลัส 1 และ2 สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน ม.นเรศวร ร้าน ป.คลังยา และร้านห้องยา
ส่วนกรณียาลดความอ้วน ที่ยังมีผู้ละเมิดลักลอบจำหน่าย จนมีผู้เสียชีวิตล่าสุดนั้น นพ.พิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนว่า ทางอย.ได้เดินทางตรวจสอบและจับกุมมาตลอด ซึ่งยาลดความอ้วนที่เด็กรับประทานลงไปนั้น อย.ได้จับกุมเมื่อปีที่ผ่านมาจำนวนกว่า 100,000 เม็ด เป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่ สามารถจับขบวนการผลิตยาอันตรายต้นทาง และทราบว่า ยาอันตรายดังกล่าว ที่หลุดลอดจากการจับกุมครั้งนั้น กระจายไปตามร้านขายทั่วไป แห่งละ 4-5 กล่อง ซึ่งก็ขอเตือนและแจ้งเบาะแสกับ อย.ด้วย เพื่อลงไปตรวจสอบ เพราะไม่สามารถระบุมีจำนวนมากน้อยเท่าใด แต่เชื่อว่า หลงเหลือตกค้างแน่นอน สำหรับยาเสริมอาหารที่พบเห็นตามสื่อทีวีเคเบิล หรือ เน็ต นั้นบอกได้เลยว่า หลอกลวง เพราะไม่มียาตัวใด ที่ทำให้ผิวขาว ซึ่งยาพวกนี้ผสมสารอันตราย แต่ไม่ได้เขียนกำกับไว้ฉลาก
นพ.บุญเติม ตันสุรัตน์ นพ.สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในจังหวัดพิษณุโลกมีร้านขายยาทั้งสิ้น 206 ร้าน แบ่งเป็นร้านขายยาแผนปัจจุบัน ( ขย.1 ) จำนวน 123 ร้าน ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตราย ( ขย.2 ) จำนวน 52 ร้าน ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จสำหรับสัตว์ ( ขย.3 ) จำนวน 15 ร้าน ร้านขายยาแผนโบราณ ( ขย.บ ) จำนวน 16 ร้าน และสถานที่ผลิตยาแผนโบราณจำนวน 5 ร้าน
และเพื่อให้ร้านขายยาสามารถปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินงานสาธารณสุขเบื้องต้นแก่ประชาชน จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านขายยาในจังหวัดพิษณุโลก ในการดูแลและรักษาสุขอนามัยของประชาชนใน 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ การให้คำแนะนำดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันและโรคหัวใจ การให้คำแนะนำในการดูแลป้องกันโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่ โรคไข้หวัดนกและโรคไข้เลือดออก การให้คำแนะนำในการใช้ยาคุมกำเนิดและถุงยางอนามัย รวมถึงการป้องกันการติดเอดส์ และการให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่







