
เชื่อมั่นเริ่มฟื้น
หากย้อนกลับไปในสมัยที่ยุโรปต้องประสบวิกฤตการเงินขั้นรุนแรง เงินหลายพันล้านยูโรหลั่งไหลออกจากกรีซ อิตาลี โปรตุเกส และสเปน เนื่องจากเกรงว่าประเทศชายขอบนี้อาจตกต่ำจนถึงขั้นเลิกใช้สกุลเงินยูโรไปเลยก็เป็นได้
หากย้อนกลับไปในสมัยที่ยุโรปต้องประสบวิกฤตการเงินขั้นรุนแรง เงินหลายพันล้านยูโรหลั่งไหลออกจากกรีซ อิตาลี โปรตุเกส และสเปน เนื่องจากเกรงว่าประเทศชายขอบนี้อาจตกต่ำจนถึงขั้นเลิกใช้สกุลเงินยูโรไปเลยก็เป็นได้
ในปัจจุบันยังมีความกังวลว่าผู้นำของชาติยุโรปไม่ทำภาระหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินยูโรอย่างเพียงพอ กระนั้น มาร์ค ไวท์เฮาส์ คอลัมนิสต์ประจำบลูมเบิร์กได้แสดงทัศนะกึ่งวิเคราะห์ว่าควรจะเลิกวิตกได้แล้ว เพราะหากดูจากการไหลเวียนของเงินทั่วทั้งภูมิภาคแล้ว ก็มีแนวโน้มว่าประชาชนกลับมา เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของสหภาพยุโรป (อียู) อีกครั้ง
ไวท์เฮาส์ ให้เหตุผลว่า เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรปได้ลั่นสัญญาว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสกุลเงินยูโร ซึ่งก็ช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลลดลง มิหนำซ้ำบรรดาชาติ สมาชิกต่างร่วมใจช่วยเหลือธนาคารแห่งชาติของแต่ละประเทศ ดังนั้นปัญหาเรื่องหนี้สิน ซึ่งเป็นตัวถ่วงที่ทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโต ก็เริ่มจะบรรเทาลง
ผลลัพธ์ก็คือบรรดานักลงทุนเริ่มรู้สึกปลอดภัยที่จะนำเงินเข้าไปในประเทศสุ่มเสี่ยงอีกครั้ง ดูได้จากงบดุลของธนาคารกลางต่างๆ ในยุโรป ซึ่งสะท้อนว่าเงินกว่า 4 แสนล้านยูโร ได้เดินทางออกจากฟินแลนด์ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ กลับเข้าไปในอิตาลี โปรตุเกส กรีซ และสเปน
อย่างไรก็ตาม ไวท์เฮาส์ แนะว่า ธนาคารต่างๆ ควรบริหารจัดการนำเงินเหล่านั้นไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป และผู้นำชาติอียูควรจะตกลงเรื่องนโยบายการบูรณาการงบประมาณกลางของสหภาพกันเสียที n







