posttoday
จันทรุปราคาในวันออกพรรษา

จันทรุปราคาในวันออกพรรษา

28 กันยายน 2557

จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน โดยโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เงาของโลกซึ่งทอดยาวออกไปในอวกาศจึงบดบังพื้นผิวดวงจันทร์ คนที่อยู่ในซีกโลกด้านกลางคืนทั้งหมดจะเห็นจันทรุปราคาได้พร้อมกัน

ดวงอาทิตย์เป็นดวงกลมที่มีขนาดใหญ่ แสงจากดวงอาทิตย์จึงทำให้โลกมีเงา 2 ส่วน คือเงามืดที่อยู่ตรงกลางกับเงามัวที่อยู่ล้อมรอบ หากดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเฉพาะเงามัว จันทรุปราคาครั้งนั้นจะเรียกว่าจันทรุปราคาเงามัว สังเกตได้ยากเนื่องจากดวงจันทร์มืดสลัวลงเพียงเล็กน้อย แทบจะสังเกตไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง

หากดวงจันทร์ผ่านเงามืดเพียงบางส่วน เรียกว่าจันทรุปราคาบางส่วนและหากดวงจันทร์ทั้งดวงเข้าไปอยู่ในเงามืด เรียกว่าจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงไม่มืดสนิท เพราะแสงอาทิตย์หักเหและกระเจิงในบรรยากาศโลก แสงสีแดงมีการหักเหมากกว่าสีอื่น ทำให้เราเห็นดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม หรือน้ำตาล

ส่วนใหญ่แต่ละปีจะมีจันทรุปราคาเกิดขึ้น 2 ครั้ง บางปีมีถึง 5 ครั้ง แต่พบได้น้อยมาก ปีนี้มีจันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2557 ไม่สามารถเห็นได้จากประเทศไทย ครั้งที่ 2 จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันพุธที่ 8 ต.ค. 2557 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา

จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งล่าสุดที่เห็นได้ในประเทศไทย เกิดขึ้นในคืนวันรัฐธรรมนูญเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งท้องฟ้าโปร่งเป็นส่วนใหญ่ สามารถเห็นได้ชัดเจนเกือบทั่วประเทศ ส่วนจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เกิดในช่วงที่ดวงจันทร์กำลังขึ้นเหนือขอบฟ้า ท้องฟ้ายังไม่มืด จึงอาจสังเกตในช่วงที่ถูกบังเต็มดวงได้ยาก ดวงจันทร์ออกจากเงามืดของโลกขณะที่ท้องฟ้ายังไม่มืดดีนัก และมีตำแหน่งอยู่สูงจากขอบฟ้าไม่เกิน 10 องศา

จันทรุปราคาครั้งนี้เริ่มเกิดก่อนที่ดวงจันทร์จะขึ้นบนท้องฟ้าประเทศไทย โดยดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกในเวลา 15.16 น. จากนั้นเงามืดเริ่มบังดวงจันทร์ในเวลา 16.15 น. และดวงจันทร์เข้าไปในเงามืดทั้งดวง คือเริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงในเวลา 17.25 น. โดยดวงจันทร์ถูกเงาของโลกบังลึกที่สุดเวลา 17.55 น. ทั้ง 4 ช่วงนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังไม่สามารถสังเกตได้ เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้นและดวงอาทิตย์ยังไม่ตก

จันทรุปราคาในวันออกพรรษา

 

คืนนั้นดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวปลา บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรฟ้า โดยค่อนไปทางซีกฟ้าเหนือประมาณ 6 องศา ดวงจันทร์จึงขึ้นเหนือขอบฟ้าโดยเยื้องไปทางซ้ายมือของทิศตะวันออกจริงเล็กน้อย ทั่วประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์ขึ้นขณะที่กำลังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงจันทร์ขึ้นก่อนภาคอื่นๆ โดยดวงจันทร์ขึ้นในช่วงก่อนที่จะถูกเงาของโลกบังลึกที่สุด

กรุงเทพฯ ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาก่อนดวงอาทิตย์ตกไม่กี่นาที ดวงจันทร์ผ่านทางด้านทิศเหนือของเงาโลก หลังดวงจันทร์ขึ้น หากขอบฟ้าปลอดโปร่งและสภาพท้องฟ้าเอื้ออำนวยให้สามารถเห็นดวงจันทร์ได้ เราจะเห็นด้านทิศใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งอยู่ทางขวามือ คล้ำกว่าด้านตรงข้าม

จันทรุปราคาเต็มดวงสิ้นสุดลงในเวลา 18.24 น. ขอบดวงจันทร์ด้านซ้ายมือจะเริ่มสว่าง ขณะนั้นที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกประมาณ 5 องศา และท้องฟ้ายังสว่างด้วยแสงสนธยา ดวงจันทร์เคลื่อนสูงขึ้นพร้อมกับเคลื่อนออกจากเงาโลก พื้นที่ด้านสว่างจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สว่างครึ่งดวงในเวลาประมาณ 19.00 น. และกลับมาสว่างเต็มดวงในเวลา 19.34 น.

แม้เราจะเห็นดวงจันทร์กลับมาเต็มดวงแล้ว แต่ขณะนั้นดวงจันทร์ยังอยู่ในเงามัว ทำให้บางส่วนของพื้นผิวดวงจันทร์ โดยเฉพาะขอบทางด้านบนค่อนไปทางขวาจะดูหมองคล้ำต่อไปอีกระยะ จันทรุปราคาครั้งนี้จะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อดวงจันทร์ออกจากเงามัวเวลา 20.34 น.

คืนนั้นดวงจันทร์มีตำแหน่งอยู่ใกล้ดาวยูเรนัส เมื่อสังเกตจากประเทศไทยจะเห็นดาวยูเรนัสอยู่ทางขวามือ เยื้องไปทางด้านบนของดวงจันทร์ ห่างกันประมาณ 23 องศา คาดว่าหากใช้กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ดูดวงจันทร์หรือถ่ายภาพจันทรุปราคาในคืนนี้ มีโอกาสจะเห็นหรือถ่ายติดดาวยูเรนัสด้วย

ผู้สังเกตที่อยู่ทางด้านตะวันออกของรัสเซีย ตอนเหนือของอลาสกาและแคนาดา สามารถใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตดาวยูเรนัสถูกดวงจันทร์บังขณะเกิดจันทรุปราคา ส่วนประเทศไทยไม่เห็นการบังในคืนนี้ แต่จะมีโอกาสสังเกตดวงจันทร์บังดาวยูเรนัสขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงในคืนวันที่ 8 พ.ย. 2565

หากเมฆในฤดูฝนทำให้พลาดจันทรุปราคาเต็มดวงในเดือน ต.ค.นี้ คนไทยก็ไม่ต้องรอนาน เพราะหลังจากนี้อีก 6 เดือน ก็จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงขึ้นอีกครั้งในคืนวันเสาร์ที่ 4 เม.ย. 2558 โดยเกิดขึ้นในช่วงเวลาหัวค่ำคล้ายกับครั้งนี้ แต่จันทรุปราคาเต็มดวงจะเริ่มต้นหลังจากดวงจันทร์ขึ้นราวครึ่งชั่วโมง

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (28 ก.ย.–5 ต.ค.)

ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ ยังคงเป็นดาวเคราะห์สว่าง 3 ดวง ที่เห็นได้ในเวลาหัวค่ำ ดาวพุธเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นทุกวัน จึงอยู่ใกล้ขอบฟ้าและสังเกตได้ยากที่สุดในสามดวงนี้ ดาวเสาร์อยู่สูงขึ้นมาในกลุ่มดาวคันชั่ง ดาวอังคารอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มดาวคนแบกงู ทางทิศเหนือของกลุ่มดาวแมงป่อง สังเกตได้ว่าดาวอังคารกับดาวแอนทาเรส หรือชื่อไทยว่าดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่องมีสีแดงคล้ายกัน

ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวปูค่อนไปทางกลุ่มดาวสิงโต เริ่มเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาประมาณตี 3 จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มสว่าง

สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ช่วงแรกจะเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ คืนวันที่ 28 ก.ย. ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะ 3 องศา โดยจะเห็นดาวเสาร์เป็นดาวสว่างอยู่ต่ำกว่าดวงจันทร์เล็กน้อย จากนั้นวันที่ 29 ก.ย. ดวงจันทร์อยู่ทางขวามือค่อนไปทางด้านล่างของดาวอังคาร ห่างกันประมาณ 6 องศา พื้นที่ด้านสว่างของดวงจันทร์เพิ่มขึ้นจนสว่างครึ่งดวงในวันที่ 2 ต.ค.

สัปดาห์นี้สถานีอวกาศนานาชาติจะโคจรผ่านเหนือท้องฟ้าในช่วงหัวค่ำและเช้ามืดหลายวัน ตาเปล่ามองเห็นสถานีอวกาศเป็นจุดสว่างคล้ายดาวทั่วไป แต่เคลื่อนที่ได้ ครั้งที่สว่างที่สุดเกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นสถานีอวกาศขณะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.08 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น ผ่านใกล้ดาวแอนทาเรสและดาวอังคาร ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 19.11 น. ที่มุมเงย 70 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลงจนเข้าสู่เงามืดของโลกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 19.13 น. ที่มุมเงย 24 องศา (เวลาอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย เมื่อใกล้วันควรตรวจสอบอีกครั้งจากเว็บไซต์ www. heavensabove.com)

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย