
ประชาคมสธ.พบรัฐมนตรีจี้แก้ปัญหาบริการสุขภาพ
ประชาคมสาธารณสุขเข้าพบรมว.สธ. ย้ำกองทุน30บาทเป็นความผิดพลาดของระบบ ชี้ถ้าสธ.ไม่ทำอะไรควรยกให้สปสช.บริหารแทน
ประชาคมสาธารณสุขเข้าพบรมว.สธ. ย้ำกองทุน30บาทเป็นความผิดพลาดของระบบ ชี้ถ้าสธ.ไม่ทำอะไรควรยกให้สปสช.บริหารแทน
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 8.30 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กลุ่มประชาคมสาธารณสุขกว่า 30 คน นำโดย พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าพบ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สธ. รวมถึงทีมเลขานุการและที่ปรึกษารมว. โดยได้ยื่นข้อเสนอให้แก้ปัญหา 6 ข้อ ได้แก่ 1.ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน กระจุกตัวอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ขาดการกระจายอำนาจ รวมถึงกลไกการเงินการคลังกระจุกตัวอยู่กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงมีข้อเสนอให้สนบสนุนและสร้างความเข้มแข็งในรูปของเขตสุขภาพ แทนการกระจุกตัวที่ส่วนกลาง
2.ปัญหาที่เกิดจากการจัดบริการสุขภาพ ภายใต้กลไกการเงินการคลังในระบบหลักประกันสุขภาพ โดยสปสช.มุ่งเน้นเฉพาะโรคหรือกิจกรรมบางอย่าง โดยการกระตุ้นด้วยการให้เงิน และมุ่งเน้นปริมาณ มากกว่าคุณภาพและปัญหาในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ยังมุ่งเน้นการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล ไม่เน้นส่งเสริมป้องกันโรค ทำให้ค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สปสช.ยังใช้เงินเป็นตัวตั้ง ผ่านกองทุนมากมายโดยให้หน่วยบริการรายงานตัวเลขกิจกรรมตามที่กองทุนกำหนด มีการใช้เงินผ่านกองทุนย่อยกว่า 40 กอง ทำให้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ตกสู่หน่วยบริการเหลือเพียง 50% เท่านั้น นอกจากนี้ สปสช.ยังต้องการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมในกองทุนต่างๆ เช่น ให้ค่าคีย์ข้อมูล หรือตอบแทนแพทย์และเจ้าหน้าที่ในบางกองทุน ทั้งที่ไม่มีค่าตอบแทนโดยตรง สร้างความเหลื่อมล้ำให้ระบบ จึงเสนอให้แก้ไขด้วยการปรับระบบการเงินการคลังให้สอดคล้องกับนโยบายเขตสุขภาพของสธ. และลดการแบ่งยอยกองทุนต่างๆ เปลี่ยนเป็นตามปัญหาของพื้นที่
ส่วนปัญหาธรรมาภิบาล ประชาคมสาธารณสุข เสนอให้ใช้หลักธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสธ. โดยปลอดจากการแทรกแซงโดยฝ่ายการเมือง โดยประชาคมฯ จะขอเฝ้าระวัง และจับตาการแต่งตั้งโยกย้ายตามระบบคุณธรรมต่อไป
พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า การบริหารกองทุนย่อยของสปสช ทำให้เกิดปัญหาเงินค้างท่อ จนโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปชะงักงันทางการเงินมานานเกิน 10 ปี ซึ่งผู้บริหารสธ.ที่ผ่านมาก็รับฟังปัญหามานาน แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ซึ่งถ้าหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ควรยกกระทรวงสาธารณสุข ไปให้สปสช.บริหารแทน
ขณะที่ ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า จากที่รับฟังมา ทุกภาคส่วนมีความเห็นตรงกัน ที่จะปรับระบบสุขภาพของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประชาชน ยังคงมีปัญหาในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข
“การจัดการเขตสุขภาพต้องบริหารจัดการให้ชัดเจน เช่น การผ่าตัดต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้โรงพยาบาลในระดับอำเภอ ส่วนเรื่องสปสช.ที่ร้องเรียนมา ได้พูดในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไปแล้วว่า ในไตรมาสแรก ของปีงบประมาณ 2558 ยังต้องใช้หลักการเดิมในการบริหารการเงินการคลัง เนื่องจากยังไม่สามารถปรับระบบได้ทัน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 จะมีการเชิญทุกฝ่าย ทั้งสธ. ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงภาคประชาชน มาหารือว่าจะปรับระบบอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนเรื่องคนนั้น เข้าใจดีว่ามีปัญหาทั้งขาดแคลน และมีภาระงานเพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะไปช่วยกันดูว่า จะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง”รมว.สธ.กล่าว
ศ.นพ.รัชตะ กลาวอีกว่า การแก้ปัญหาทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใต้บนพื้นฐานของข้อมูล จะใช้ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหา นอกจากนี้ ระบบสุขภาพยังมีความซับซ้อนมาก จะแก้ปัญหาโดยเดินไปทางใดทางหนึ่งไม่ได้ และระบบสุขภาพก็ไม่สามารถสิ้นสุดี่จุดใดจุดหนึ่ง หากแต่จะต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กิดขึ้นแท้จริง







