posttoday
ปฏิรูปจิตสำนึก

ปฏิรูปจิตสำนึก

03 มิถุนายน 2553

 

 

เมื่อวิกฤตกลางกรุงเทพมหานครคลี่คลายลง สังคมไทยโดยทั่วไปล้วนมีความสุขกายสบายใจขึ้นมาหน่อย แม้ว่าจะมีการบาดเจ็บล้มตายจำนวนไม่น้อย และฝูงชนที่ก่อจลาจลได้เผาทำลายอาคารศูนย์การค้าที่ทันสมัยให้กลายเป็นซากปรักหักพังไว้ให้ดูต่างหน้า

รัฐบาลซึ่งเพิ่งฝ่าด่านอำมหิตมาด้วยความสะบักสะบอมจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ยังคงต้องรับมือกับการซักฟอกไม่ไว้วางใจของพรรคการเมืองที่เป็นแนวร่วมของขบวนการลัทธิเสื้อแดง ที่ทำงานอย่างแข็งขันในสภาขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้โดดร่มประชุมกันเป็นนิจ

การอภิปรายในสภาได้ถูกถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งใครที่ดูคงหดหู่ใจไม่น้อยต่อสารรูปและคุณภาพของผู้แทนราษฎร ณ พ.ศ.นี้

ทำให้ต้องกลับมาคิดว่า ภายใต้รัฐสภาและรัฐบาลที่เรามีอยู่นี้ จะมีแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยอย่างที่หลายฝ่ายเรียกร้องกดดันนายกรัฐมนตรีไปได้สักกี่น้ำ

ผมเชื่อว่ารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงมีทางเลือกไม่มากต่อกระแสกดดันการปฏิรูปดังกล่าว อีกไม่นานคงจะเห็นการประกาศตัวกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยที่กลุ่มพลังภาคสังคมหลายสายกำลังเตรียมการอยู่อย่างขะมักเขม้น

ผมคาดว่าในขั้นตอนกระบวนการขับเคลื่อนที่ว่านี้ ในที่สุดแล้วต้องเผชิญกับบทบาทของรัฐสภา ซึ่งเป็นกลไกนิติบัญญัติหนึ่งเดียวของประเทศ และสมาชิกรัฐสภาชุดที่เราเห็นบทบาทผ่านสื่อมวลชนอยู่ทุกวันนี่แหละ

เท่าที่ฟังมาดูเหมือนว่า ภาคสังคมที่เรียกร้องการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชนและประเทศชาติ ต่างคนต่างก็มีประเด็นที่อยากปฏิรูปมากมายเหลือเกิน ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดความถูกอะไรทั้งสิ้น ประเทศที่ปล่อยตัวมาจนวิกฤตได้ขนาดนี้ ย่อมมีปัญหาให้แก้ไขเต็มไปหมด เรียกว่า จับตรงไหนก็เปื่อยยุ่ยไปทั้งตัว

ผมอยากฝากไปยังกลุ่มที่กำลังคิดและเตรียมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยว่า ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นจริงให้มากและไม่คาดหวังผลเลิศจนเกินไป บางทีเราอาจจำเป็นต้องเลือกประเด็นการปฏิรูปเพียงแค่ 12 อย่างก่อน เพื่อสนธิกำลังกันทำให้สำเร็จในช่วง 12 ปีนี้

อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนรู้ของขบวนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมาก่อน เราพบว่ามีการปฏิรูป 3 ระดับ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปกฎหมายเพื่อแก้ไขกติกา การปฏิรูปกลไกเพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการและการปฏิบัติให้เป็นไปตามกติกาใหม่ และการปฏิรูปจิตสำนึกของสังคมเพื่อเป็นหลักประกันความต่อเนื่องยั่งยืน

วันนี้สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชั้นสูง นักธุรกิจ สื่อมวลชน และคนทั่วไปที่มากขึ้น ต่างยอมรับว่าปัญหาพื้นฐานสำคัญที่เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมทางสังคม ทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความยากจน การทุจริตคอร์รัปชัน ฯลฯ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องไปรับการแก้ไข

แต่ผมยังไม่แน่ใจว่า กระแสความตื่นตัวที่จะเรียกร้องและเข้าร่วมในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจะมีสักเพียงไหน เพราะหากเป็นแค่ความต้องการของกลุ่มพลังหรือเครือข่ายแคบๆ ย่อมเสี่ยงต่อความล้มเหลว หรือไปไม่ถึงฝั่งฝัน

หากพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่ามีข้อจำกัดมากมายเสียเหลือเกิน ผมขอเสนอว่า เราน่าจะมุ่งรณรงค์ปฏิรูปทางความคิดและจิตสำนึกของสังคมเสียก่อนอื่น โดยทำการเคลื่อนไหวทางปัญญาและทางศิลปวัฒนธรรมกันให้ขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดความตื่นตัวกันทั่วประเทศ ทั้งภูมิภาค ท้องถิ่น และทุกวงการ ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว เชื่อว่าอย่างอื่นๆ จะตามมาโดยง่ายดาย

จะเอาประเด็นการปฏิรูปการเมืองรอบ 2 ก็ได้นะครับ

เพราะดูแล้วน่าจะสอดคล้องกับสิ่งที่เราเห็นจากเวทีรัฐสภาผ่านทางจอทีวีเสียเหลือเกิน.

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69