posttoday
แก้ให้ตรงจุด

แก้ให้ตรงจุด

22 กันยายน 2557

ปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้กลายเป็นปัญหาในขั้นวิกฤต และไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาเบาบางลงได้ แต่กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เมื่อปริมาณรถบนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนรถเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคัน ทำให้ปัจจุบันมีทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและจักรยานยนต์มากกว่า 8 ล้านคัน

ปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้กลายเป็นปัญหาในขั้นวิกฤต และไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาเบาบางลงได้ แต่กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เมื่อปริมาณรถบนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนรถเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคัน ทำให้ปัจจุบันมีทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและจักรยานยนต์มากกว่า 8 ล้านคัน

ปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุให้รัฐมนตรีคมนาคมมีแนวคิดนำมาตรการลดการใช้รถยนต์เพื่อแก้ปัญหาจราจร ไม่ว่าจะเป็นการเก็บค่าผ่านทางในเขตพื้นที่ที่มีปริมาณรถสูงอย่างในเขตเมือง หรือการเก็บภาษีรถที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ถ้ามองไปที่ต้นสายปลายเหตุจริงๆ แล้ว แนวคิดของรัฐมนตรีคมนาคมกลับไม่ได้แก้ปัญหาตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกที่ถูกเวลา รังจะเพิ่มภาระให้กับประชาชนเจ้าของรถโดยไร้เหตุผลอันควร

การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถ ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ สะท้อนให้เห็นปัญหาของการจัดระบบขนส่งสาธารณะที่ล้มเหลว ไม่สามารถรองรับการใช้งานของประชากรในเมืองหลวงได้อย่างเพียงพอ สะท้อนจากตัวเลขของประชาชนที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวมีมากถึง 56%

แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของค่านิยมที่ต้องการมีรถยนต์ไว้ใช้ส่วนตัว แต่หากมีการจัดระบบขนส่งที่ดีและรองรับอย่างเพียงพอ ค่านิยมดังกล่าวก็น่าจะลดน้อยลงจากทางเลือกและความสะดวกที่มีเพิ่มขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการจัดระบบขนส่งสาธารณะที่เพียงพอ ทั้งรถเมล์ รถตู้ เรือโดยสาร ไปจนถึงระบบรถไฟฟ้า มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการแก้ปัญหาจราจร

ดังนั้น สิ่งที่เราเห็นว่าควรจะต้องทำก่อนเป็นอันดับแรก คือ การเร่งรัดจัดระบบขนส่งสาธารณะในรูปแบบต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม ตามที่รัฐมนตรีคมนาคมมีแนวนโยบายอยู่แล้ว คือ เร่งพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เร่งการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ ให้เป็นรูปธรรม และส่งเสริมการเชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำกับทางบก

เมื่อสามารถพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนได้ใช้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว มาตรการการเก็บเงินหรือขึ้นภาษีรถควรเป็นมาตรการหลังสุดที่จะใช้กระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น จะเหมาะสมกว่าการนำมาตรการดังกล่าวมาใช้นำหน้าในช่วงเวลาที่ระบบขนส่งยังไม่พร้อมที่จะรองรับ

หากมีระบบขนส่งสาธารณะที่เพียงพอ และประชาชนเข้าถึงได้ง่ายแล้ว มาตรการเก็บเงินหรือขึ้นภาษีรถเพื่อลดปริมาณรถยนต์ อาจจะเป็นมาตรการที่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ ถ้าปัญหานั้นได้แก้อย่างตรงจุดแล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ