
กทม.จัดคาร์ฟรีเดย์"สุขุมพันธุ์"ปลื้มคนร่วมแน่น
สุขุมพันธุ์เป็นประธานเปิดงานคาร์ฟรีเดย์ เผยปีนี้คนเข้าร่วมมากกว่าทุกปี ตั้งเป้าลดการเดินทางด้วยรถยนต์ให้เหลือ30%ในปี 72
สุขุมพันธุ์เป็นประธานเปิดงานคาร์ฟรีเดย์ เผยปีนี้คนเข้าร่วมมากกว่าทุกปี ตั้งเป้าลดการเดินทางด้วยรถยนต์ให้เหลือ30%ในปี 72
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เป็นประธานจัดงาน Bangkok Car Free Day 2014 ที่บริเวณสนามหลวง โดยมีการปล่อยขบวนรถจักรยาน กว่า 30,000 คัน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า การรณรงค์ให้ใช้รถจักรยานแทนรถยนต์ส่วนบุคคล เป็นนโยบายหลักของกรุงเทพมหานคร เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ หรือพลังงานที่ไม่สร้างมลพิษ เพื่อกระตุ้นเตือนให้ลดการใช้พลังงาน โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับมากกว่าทุกปี เห็นได้จากมีผู้แทนภาคีเครือข่ายกว่า 87 องค์กร เข้าร่วมงาน
ทั้งนี้ กทม. ตั้งเป้าที่จะลดการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลภายในปี 2572 ให้เหลือร้อยละ 30 และต้องการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งการใช้ระบบขนส่งมวลชนอย่างยั่งยืนและมีมาตรฐาน
สำหรับเส้นทางที่ผู้เข้าร่วมงานขี่จักรยานออกจากสนามหลวงไปถนนสีลม และถนนราชประสงค์ โดยจะมีการจัดงานตั้งแต่แยกศาลาแดงถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ไปจนถึงเวลา 18.00 น.โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น ตรวจสุขภาพฟรี แจกต้นไม้ฟรี ชมโชว์จักรยานผาดโผน และร้านอาหารต่างๆ
ด้าน นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่ากทม. กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมงานปั่นจักรยาน 3 หมื่นคน และที่เข้าร่วมปั่นโดยไม่ได้สมัครอีกจำนวนมาก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีผู้สมัครเข้าร่วมงาน 2 หมื่นคน
“กทม.พยายามพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนให้ระบบรางหรือรถไฟฟ้า เป็นระบบหลักในการเดินทางของคนกรุงเทพมหานคร จึงได้มีโครงการ‘เปิดถนนเมืองใจดี @ สีลม ชม ชิม ชอป’ บนถนนสีลม เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันเดินทางโดยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือ การเดิน การปั่นจักรยานเพิ่มมากขึ้น”นางผุสดี กล่าว
นางผุสดี กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก มีสถิติจำนวนรถจดทะเบียนใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก 8 เดือนแรกของปี 2557 มีจำนวน 6.08 แสนคัน ส่วนรถที่จดทะเบียนสะสมถึง 31 ส.ค.2557 มีจำนวน 8.55 ล้านคัน จากปี 2556 ที่มีจำนวนรถสะสม 8.2 ล้านคัน
ทั้งนี้ จากจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ไม่สามารถใช้ความเร็วบนถนนได้ สร้างปัญหาการจราจรติดขัด โดยถนนหลักในกทม.มีความเร็วเฉลี่ย 26 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง. ถนนสุขุมวิทมีความเร็วต่ำสุด 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงมาก โดยทุก 1 กิโลเมตร จะมีค่าใช่จ่ายในการใช้รถยนต์ 6 บาท เป็นค่าน้ำมันประมาณ 3 บาท ซึ่งปัจจุบันมีการใช้รถยนต์ในกทม.ประมาณ 6 ล้านเที่ยวต่อวัน โดยแต่ละเที่ยวมีระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ในแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันมากถึง 126 ล้านบาท
สำหรับ การส่งเสริมให้คนกรุงเทพลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นนั้น ทางกทม.กำลังเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเทา สะพานพระราม 9 –วัชรพล ระยะทาง 26 กิโลเมตร ซึ่งจะเปิดใช้งานในปี 2562 สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายอื่นได้ทั้ง 6 สาย คือ สายีชมพู เหลือง ส้ม แอร์พอร์ตลิงค์ สายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มเติมจากแผนของรัฐบาล คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายระยะที่ 3 บางหว้า-ตลิ่งชัน ระยะทาง 7 กิโลเมตร ที่คาดว่าจะเปิดใช้งานในปี 2562 เชื่อมการเดินทางจากใจกลางเมืองสู่เมืองใหม่ที่เป็นทำเลทองฝั่งตะวันตกของกรุงเทพ และเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 4 สาย คือ สายสีเขียว แดงอ่อน ส้ม น้ำเงิน โดยกทม.พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่
ปัจจุบัน กทม.มีรถไฟฟ้าให้บริการ 3 สาย รวมระยะทาง 84.8 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 104.1 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าในปี 2562 รถไฟฟ้าจะครอบคลุมพื้นที่ย่านใจกลางเมือง และสามารถเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าได้ในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร และการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะครอบคลุมเครือข่ายกรุงเทพ และปริมณฑลทั้งหมดในปี 2572 รวมระยะทาง 510.3 กิโลเมตร
ขณะที่ เรือโดยสารของกทม.มี 2 เส้นทาง ใน 2 คลอง ในปัจจุบัน และแผนในอีก 12 ปี จะเพิ่มบริการเพิ่มเติมอีก 28 คลอง ระยะทาง 300 กิโลเมตร เน้นเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักและรอง







