
สนช.รับหลักการวาระ1พรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
ที่ประชุมสนช.มีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง เชิญตัวแทน 2 ฝ่ายเห็นแย้งเข้าร่วม
ที่ประชุมสนช.มีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง เชิญตัวแทน 2 ฝ่ายเห็นแย้งเข้าร่วม
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่...) พ.ศ. เสนอโดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม
โดยพล.อ.ไพบูลย์ ได้ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองที่ผ่านมาได้บัญญัติไว้เฉพาะในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยไม่ได้บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
อย่างไรก็ดี ควรจะกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ไว้ในพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ และแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติ คุณลักษณะต้องห้าม วิธีการเลือก และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิให้สอดคล้องกับบทบัญญัตติดังกล่าว
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ในมาตรา 12-14 มีปัญหา โดยเฉพาะมาตรา 12 ให้ดำเนินการเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.)ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน จึงอยากถามว่าก.ศป.ชุดเก่าต้องสิ้นสภาพไปด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ เพราะก.ศป.ชุดเก่ามีเพียง 5 คนที่สิ้นภาพไป ยังเหลืออีก 7 คน ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง อีกทั้ง วาระการทำงานจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. 58 จึงเห็นว่าควรให้ก.ศป.อยู่จนครบวาระ และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงร่างพ.ร.บ.ฉบันนี้ ก็จะเป็นฉบับแรกที่ไม่รับหลักการ ยกเว้นแต่จะตัดมาตรา 12-14 ออก แล้วเขียนบทเฉพาะกาลขึ้นมา
ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สนช. กล่าวว่า ในมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้ยึดตามประเพณีปฏิบัติ แม้จะไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม ซึ่งขณะนี้ก.ศป.ก็ยังคงทำหน้าที่ มีการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ ซึ่งก.ศป.มีอายุไปถึง เม.ย. 58 ดังนั้น การตีความกฎกมายต้องให้กฎหมายยังอยู่และใช้ได้
อย่างไรก็ตาม หากยกเลิกก.ศป.ชุดเดิม ก็ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้งภายในศาลปกครองเอง ดังนั้น ส่วนตัวจึงอยากให้ตัดมาตรา 13 - 14 ออก เพื่อให้ก.ศป.ชุดเดิมทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ
ด้านพล.อ.ไพบูลย์ ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกส่งเข้ามาตั้งแต่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว แต่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ควรใช้ความเป็นรัฐาธิปัตย์ออกกฎหมายฉบับนี้ จึงรอให้ใช้กระบวนการของสนช.พิจารณาจะดีกว่า ดังนั้น การดำเนินการใดๆก็ตาม ถ้าสนช.จะกรุณาแก้ไขให้เป็นประโยชน์กับกระบวนการยุติธรรม และประชาชนก็ยินดีน้อมรับไปดำเนินการ
ขณะที่ นายวิชัย ชื่มชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด ชี้แจงว่า เหตุที่การทำรัฐประหารปี 49 ก.ศป.ไม่มีปัญหานั้น เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงแต่องค์ประกอบมีอยู่ครบ และไม่มีฝ่ายใดทักท้วงว่ากศป.มีอยู่หรือไม่ แต่มีการทำหน้าที่ แต่ในปี 57 องค์ประกอบก.ศป.หมดอายุก่อนรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง
ทั้งนี้ ศาลปกครองจึงมีหนังสือมายังวุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ส่งผู้แทนตามรัฐธรรมนูญ ปรากฎว่ามีหนังสือตอบจากเลขาธิการวุฒิสภาว่า รัฐธรรมนุญสิ้นสุดลงแล้ว จึงไม่สามารถส่งรายชื่อให้ได้ จึงเป็นปัญหาทักท้วงว่าก.ศป.ยังมีอยู่หรือไม่ ซึ่งข้อเสนอแนะต่างๆ ก็จะนำไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการวิสามัญต่อไป
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการดังกล่าวในวาระ 1 ด้วยคะแนน 130 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญจำนวน 17 คน โดยมีตัวแทนจากตุลาการศาลปกครองที่เห็นแย้งทั้ง 2 ฝ่ายเข้าร่วมด้วย ได้แก่ นายวิชัย ชื่นชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด นายอดุลย์ ขันทอง นายประสาท พงษ์สุวรรณ์ นายสมชัย วัฒนการุณ พร้อมทั้งมีกำหนดแปรญัติ 7 วัน ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน







