
ยานอวกาศของอินเดียใกล้ถงดาวแดง
ปลายเดือน ก.ย.นี้ ยานอวกาศของอินเดียจะเดินทางถึงดาวอังคาร หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ปลายเดือน ก.ย.นี้ ยานอวกาศของอินเดียจะเดินทางถึงดาวอังคาร หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อินเดียจะเป็นชาติแรกในเอเชียที่ประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงอื่น ล้ำหน้าจีนและญี่ปุ่น ซึ่งอาจถูกมองได้ว่าเป็นปัจจัยตอกย้ำความเป็นไปได้ที่อินเดียจะเป็นหนึ่งในมหาอำนาจใหม่ของโลกในอนาคต
ก่อนหน้านี้ ทั้งญี่ปุ่นและจีนต่างก็พยายามส่งยานอวกาศออกไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงอื่น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ญี่ปุ่นส่งยานโนะโซะมิออกไปในปี 2541 โดยมีเป้าหมายไปโคจรรอบดาวอังคาร แต่เหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นในหลายครั้ง ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารได้
ปี 2553 ญี่ปุ่นส่งยานอะกะสึกิออกไปสำรวจดาวศุกร์ โดยมีเป้าหมายเป็นยานโคจรรอบดาวศุกร์ แต่ก็ประสบความล้มเหลวในการนำยานเข้าสู่วงโคจรรอบดาวศุกร์ ปัจจุบันยานยังทำงานอยู่ในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยจะผ่านใกล้ดาวศุกร์ในปี 2558-2559 หากยานอะกะสึกิยังอยู่ในสภาพดี คาดว่าจะมีความพยายามนำยานเข้าสู่วงโคจรรอบดาวศุกร์อีกครั้ง
จีนร่วมมือกับรัสเซียในการนำยานหยิงหั่ว1 เดินทางไปกับยานโฟบอสกรุนต์ของรัสเซียเมื่อปี 2554 ในภารกิจสำรวจดาวบริวารโฟบอสของดาวอังคาร แต่เหตุขัดข้องในการจุดจรวดปรับวงโคจร ทำให้ไม่สามารถนำยานออกจากวงโคจรรอบโลก หลังจากนั้นยานทั้งสองก็เคลื่อนต่ำลงจนถูกทำลายในบรรยากาศ
รัฐบาลอินเดียก่อตั้งองค์การวิจัยอวกาศอินเดียหรืออิสโร (Indian Space Research Organisation : ISRO) เมื่อ พ.ศ. 2512 ดาวเทียมดวงแรกของอินเดียถูกส่งขึ้นอวกาศเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2518 ด้วยจรวดของสหภาพโซเวียต จากนั้นอินเดียก็พัฒนาจรวดของตนเองจนสามารถส่งดาวเทียมหลายดวงขึ้นสู่อวกาศ รวมทั้งยานสำรวจดวงจันทร์ที่มีชื่อว่าจันทรายาน1 เป็นยานอวกาศที่ไปโคจรรอบดวงจันทร์ในปี 2551 และมีแผนส่งยานจันทรายาน2 ในปลายปี 2559 หรือต้นปี 2560
วันที่ 5 พ.ย. 2556 อิสโรเริ่มภารกิจในการสำรวจดาวเคราะห์ดวงอื่นเป็นครั้งแรก ด้วยการปล่อยจรวดส่งยานมาร์สออร์บิเตอร์มิชชันหรือมัม (Mars Orbiter Mission : MOM) ขึ้นสู่อวกาศ ขณะนี้ยานอยู่ระหว่างการเดินทาง ไปถึงดาวอังคารในวันที่ 24 ก.ย. 2557 อิสโรจะบังคับให้ยานเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคาร และเตรียมเริ่มภารกิจในการสำรวจพื้นผิวและบรรยากาศของดาวอังคาร
โครงการอวกาศของอินเดียถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เนื่องจากอินเดียมีสถานภาพเป็นประเทศกำลังพัฒนา ยังคงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่หลายคนเห็นว่าสำคัญกว่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
อย่างไรก็ตาม อิสโรให้เหตุผลว่าโครงการอวกาศของอินเดียใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการอวกาศคล้ายกันของสหรัฐอเมริกา และมักย้ำอยู่เสมอว่างบประมาณที่ใช้ไปในโครงการอวกาศที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่า ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการปล่อยจรวดและดาวเทียมก็มีส่วนช่วยพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ
นอกเหนือจากเหตุผลในการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลายคนมองว่าการที่อินเดียเดินหน้าโครงการอวกาศ ส่วนหนึ่งก็คงต้องการยกระดับสถานภาพของตนเองบนเวทีโลก ความสำเร็จของสหรัฐอเมริกาในโครงการสำรวจดวงจันทร์เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่สหรัฐอเมริกาใช้แสดงว่าตนเองเป็นประเทศมหาอำนาจ
หลายปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างก็มองว่าอินเดียมีศักยภาพสูงพอที่จะเป็นมหาอำนาจใหม่ในศตวรรษนี้ ทัดเทียมกับประเทศจีน ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเคยถูกมองว่ามีโอกาสจะเป็นมหาอำนาจหนึ่ง กลับแผ่วลงด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่ดำเนินอยู่เป็นระยะเวลานานอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ ปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุของญี่ปุ่นมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น พร้อมกับประชากรในวัยทำงานที่มีสัดส่วนลดลง (ประเทศไทยก็กำลังประสบปัญหาทำนองเดียวกัน ทั้งๆ ที่ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งนับว่าเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าวิตก)
อินเดียมีกำลังทหารมากเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ก็ใช้อำนาจเชิงดึงดูดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผ่านวิธีการทางการทูตและอิทธิพลทางวัฒนธรรม ประกอบกับความได้เปรียบทั้งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และประชากรที่มีอยู่จำนวนมาก มีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อินเดียจะเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรในวัยทำงานสูงที่สุดในโลก ตรงข้ามกับประเทศพัฒนาแล้วอีกหลายประเทศที่สัดส่วนประชากรวัยทำงานกำลังลดลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวหรือแม้กระทั่งหดตัว หนทางสู่การก้าวเป็นประเทศมหาอำนาจหนึ่งของเอเชียในอนาคตจึงค่อนข้างสดใส
นอกจากยานอวกาศของอินเดีย ยานเมเวน (MAVEN) ขององค์การนาซ่าก็จะไปถึงดาวอังคารในปลายเดือน ก.ย.นี้เช่นกัน แต่ถึงในวันที่ 21 ก.ย. ก่อนหน้ายานของอินเดียเพียง 3 วัน ยานอวกาศที่สำรวจดาวอังคารอยู่ในขณะนี้และในอีกไม่นานนี้ มีโอกาสจะสังเกตดาวหางไซดิงสปริงที่มีเส้นทางโคจรเข้าใกล้ดาวอังคารในเดือน ต.ค. 2557 ที่ระยะห่างเพียง 1.4 แสนกิโลเมตร
ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าฝุ่นจากดาวหางไซดิงสปริงอาจทำให้ยานอวกาศเสียหายได้ แต่ผลการวิจัยของนักดาราศาสตร์ที่เผยแพร่ออกมาล่าสุดมีแนวโน้มว่าไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีโอกาสน้อย อย่างไรก็ตามอาจมีการป้องกันไว้ก่อนด้วยการบังคับให้ยานอวกาศโคจรมาอยู่อีกด้านหนึ่ง เพื่อให้ดาวอังคารเป็นเกราะป้องกันในช่วงที่ดาวหางเฉียดใกล้ดาวอังคารที่สุด ซึ่งจะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 ต.ค. 2557







