posttoday
"บิ๊กตู่"แย้มมีข้อมูลท่อน้ำเลี้ยงป่วนเมืองเปิดชื่อจะตกใจ

"บิ๊กตู่"แย้มมีข้อมูลท่อน้ำเลี้ยงป่วนเมืองเปิดชื่อจะตกใจ

12 กันยายน 2557

"ประยุทธ์" เผยมีข้อมูลท่อน้ำเลี้ยงก่อเหตุป่วนเมืองปี53-57 หากเอ่ยชื่อทุกคนตกใจ เตือน กลุ่มต้าน หากไม่เลิกปฏิรูปไม่เกิด สร้างความขัดแย้งทำยก เลิกอัยการศึกยาก

"ประยุทธ์" เผยมีข้อมูลท่อน้ำเลี้ยงก่อเหตุป่วนเมืองปี53-57 หากเอ่ยชื่อทุกคนตกใจ  เตือน กลุ่มต้าน หากไม่เลิกปฏิรูปไม่เกิด สร้างความขัดแย้งทำยก เลิกอัยการศึกยาก

เวลา  20.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขของคนในชาติหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เรียบร้อยแล้ว จากนี้คณะรัฐมนตรีได้เข้าทำงาน โดยรัฐบาลจะไม่อยู่ไปวันๆ แต่จะทำหน้าที่เสริมสร้างโครงสร้างประเทศให้เข้มแข็งยั่งยืน

นายกฯ กล่าวว่า  อยากจะเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าต่างจากรัฐบาลในอดีต คือมีหน้าที่ถึง 3 ประการด้วยกัน นอกจากการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยังมีหน้าที่ในการปฏิรูป และการสร้างสภาวะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ควบคู่ไปด้วยเรารู้ดีว่าเป็นงานที่ยาก มีทั้งวิกฤตและโอกาส แต่เราก็จะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะถือเอาวิกฤตเหล่านั้นหรือปัญหาทุกอย่างเหล่านั้นให้เป็นโอกาส ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายของพวกเราทุกคนที่ต้องทำให้ได้ด้วยระยะเวลาที่จำกัด

“เราจะไม่ได้เป็นรัฐบาลที่อยู่ไปวัน ๆ เพื่อรอการปฏิรูปหรือรอการเลือกตั้ง เราจะพยายามทำงานในลักษณะที่ทำก่อน ทำจริง ทำทันทีให้มีผลสัมฤทธิ์ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต  คำว่าอนาคตนั้นไม่ได้หมายความว่าแค่ปีต่อไปหรือรัฐบาลต่อไป แต่ต้องเป็นการปูรากฐานของประเทศให้เข้มแข็งของการเป็นประชาธิปไตยอย่างที่ได้กล่าวไว้ ช่วยกันเติม อิฐ หิน ปูน ทราย  เหล็ก จัดทำโครงสร้างให้เข้มแข็ง ไม่ล่มสลายลงอีกโดยเด็ดขาด พวกเราทุกคน คนไทยทุกคนต้องช่วยกันเป็นสถาปนิก และก็มาช่วยก่อสร้างประเทศชาติกันใหม่ให้ถาวรและยั่งยืนตลอดไป ทุกคนมีความสุข” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า หากพวกเรา รัฐบาล หรือ คสช. ทำฝ่ายเดียว ผมว่าไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน อยากให้คนไทยทุกคนคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก แม้กระทั่งผู้ที่เห็นต่างก็ต้องมาดูว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรต่อไป โดยไม่ขัดแย้งกัน ไม่ก่อความรุนแรง หรือจะเอาชนะกันต่อไปอีก ด้วยข้อกฎหมาย ด้วยช่องว่างต่าง ๆ ที่มีอยู่ ใครจะผิดจะถูก ขอให้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ และต้องเข้มแข็ง เป็นธรรม เจ้าหน้าที่ก็ไม่เลือกปฏิบัติ เรามีเวลาน้อย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  ขณะนี้ก็มีข่าวในเรื่องของการเริ่มมีการต่อต้านกันทั้งทางเปิดเผยบ้าง ลับบ้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นตามลำดับ มีการกล่าวให้ร้ายกันทางโซเชียลมีเดียกันมากพอสมควร อยากจะขอร้องช่วยกันลืมตาให้กว้าง ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ ว่าเราแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไร ต้องทำอย่างไรเพื่อร่วมกันทำให้ประเทศชาติไทยของเราเดินหน้าต่อไปให้ได้ หากทุกคนจะรออย่างเดียวว่าเมื่อไรเราจะยกเลิกกฎอัยการศึก ยกเลิกกฎหมายพิเศษ เพื่อจะได้มีการเคลื่อนไหวต่อไป คิดว่าเราปฏิรูปไม่ได้แน่นอน เป็นหน้าที่ของผม ของคณะรัฐบาลที่จะพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง เราเข้าใจดีถึงปัญหาในเรื่องนี้ เราก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด

“ถ้าท่านคิดว่าอยากให้เราดำเนินการต่อไปได้ด้วยดี ท่านก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็นการต่อต้าน หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่สร้างความขัดแย้ง ถ้าท่านติเพื่อก่อ หรือว่าติดตามดูแลกำกับเสนอข้อเสนอแนะที่จำเป็นที่สำคัญ ผมรับได้ทุกเรื่อง แต่อย่าทำให้เกิดข้อขัดแย้งหรือนำปัญหาเก่า ๆ มาพูดกันใหม่อีก เรื่องเดิม ๆ ก็ต้องแก้กันไปด้วยกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมไป เพราะฉะนั้นถ้าเรานำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องเก่าทั้งหมดมาจับผิดจับถูกกันในวันนี้ ยังมาพูดให้ร้ายซึ่งกันและกัน โดยไม่ปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายเขาทำไปแล้ว เราทำงานไม่ได้หรอกครับ หรือทำได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ทุกคนก็จะออกมาต่อสู้กันอีก มีความขัดแย้งกันอีกแล้วประเทศชาติเราจะสงบสุขได้อย่างไร” หัวหน้าคสช. กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุนงบประมาณ และอาวุธสงครามเพื่อสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ว่าหากเอ่ยชื่อทุกคนอาจตกใจจึงไม่ขอเปิดเผยในเวลานี้

“ สำหรับข้อมูลหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธสงคราม พฤติกรรมทั้งการยิงเอ็ม79 การยิงเอ็ม 16 ขว้างระเบิดทั้งในปี 2553  และ ปี 2556 และ 2557 นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจับกุมได้หลายคน จากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวน มีความก้าวหน้าไปมากมาย ถ้าผมกล่าวว่ามีใครบ้างที่สนับสนุนทั้งอาวุธ เงินทอง ทุกท่านอาจจะตกใจ ก็ได้ วันนี้ผมยังไม่พูดให้เป็นเรื่องที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการยุติธรรม สอบสวนสืบสวนให้ชัดเจน ให้ความชอบธรรมให้ความเป็นธรรม เราคงไม่ไปยัดข้อหาให้ หรือไปสร้างพยานเท็จพยานเทียม เพราะฉะนั้นหลายคนเกี่ยวข้องก็หนีไปต่างประเทศหมด ที่มีรายชื่อต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าท่านคิดว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ท่านก็กลับมา เพราะจะมีการโยงใยไปถึงหลาย ๆ ส่วนด้วยกัน ทั้งบุคคล ทั้งกลุ่ม ทั้งผู้ให้การสนับสนุน เตรียมตัวไว้ ถ้าใครคิดว่าไม่ผิด ถ้าใครคิดว่า ไม่ผิดแล้วเมื่อมีพยานหลักฐานพร้อมนั้น ท่านสู้คดีไม่ได้ ท่านต้องถูกดำเนินคดีแน่นอนนะครับ มอบตัวเถอะครับ เผื่อจะได้ความกรุณาจากศาลบ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก