
เบี้ยวหนี้บัตรเครดิตพุ่งเกือบเท่าตัว
เพิ่มเป็นแตะ11.3%เหตุเศรษฐกิจชะลอรายได้น้อยแชมป์ยอดใช้บัตรเครดิตไทยปีนี้ รูดไม่ปรื๊ด ใช้เงินต่อบัตรโตต่ำสุดตั้งแต่สำรวจมา ส่งสัญญาณผิดนัดชำระหนี้พุ่ง สะท้อนเศรษฐกิจไทยตกสะเก็ด
เพิ่มเป็นแตะ11.3%เหตุเศรษฐกิจชะลอรายได้น้อยแชมป์ยอดใช้บัตรเครดิตไทยปีนี้ รูดไม่ปรื๊ด ใช้เงินต่อบัตรโตต่ำสุดตั้งแต่สำรวจมา ส่งสัญญาณผิดนัดชำระหนี้พุ่ง สะท้อนเศรษฐกิจไทยตกสะเก็ด
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของประชาชน ว่า ปีนี้ปริมาณการบริโภคผ่านบัตรเครดิตจะมีมูลค่า 1.53 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าการใช้รวมอยู่ที่ 1.45 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 5.2% ถือว่าต่ำสุดตั้งแต่สำรวจมา ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจปกติ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะขยายตัวอยู่ในระดับ 10%
สำหรับปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่อใบจะเฉลี่ยอยู่ที่ 7.53 หมื่นบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 7.84 หมื่นบาท
“ผลสำรวจสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงตกสะเก็ด ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตน้อยลง เริ่มเข้าสู่ภาวะการชำระหนี้หลังแอ่นและมีสัญญาณผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้นแม้ว่าจะยังไม่มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนมีรายได้น้อย แต่มีผลต่อภาพรวมสังคมที่การผิดนัดชำระหนี้เหล่านี้จะกลายเป็นหนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย ซึ่งสุดท้ายก็จะมีผลทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่คึกคัก เพราะคนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยต้องเอาเงินที่มีไปชำระหนี้ก่อน” นายธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า การใช้บัตรเครดิต 36.4% เป็นการใช้ผ่อนสินค้า จำเป็น และพบว่า 35.1% เคยมีพฤติกรรมผิดนัดชำระหนี้ จำนวนนี้มี 6.5% ที่ไม่จ่ายหนี้เลย และในช่วง 36 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ที่ไม่ชำระหนี้เลยเพิ่มขึ้นเป็น 11.3% โดยผู้ถือบัตรเครดิตที่ผิดนัดชำระหนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย เช่น รับจ้างและนักศึกษา
ทั้งนี้ แม้ว่ายอดผิดนัดชำระหนี้จะยังไม่มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ แต่อาจกลายเป็นหนี้ครัวเรือน ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมไม่คึกคัก เพราะต้องนำเงินไปใช้หนี้
เพราะส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนมีรายได้น้อย แต่อาจมีผลในภาพรวม ทำให้กลายเป็นหนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย สุดท้ายทำให้เศรษฐกิจไม่คึกคัก เพราะคนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยต้องเอาเงินที่มีไปชำระหนี้ก่อน
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงมาให้เร็วที่สุด เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค เพราะขณะนี้เริ่มพบว่าสินค้าบางรายการยอดขายไม่กระเตื้อง และหากรัฐบาลยังเร่งให้เศรษฐกิจฟื้นไม่ทันไตรมาส 4 ของปีนี้ก็จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยปีนี้ดูอึมครึมและจะโตได้เพียงแค่ 1.5% เท่านั้น จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2% เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคหายไปและจะกลายเป็นวงเวียนภาระหนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้จ่ายเงินมากกว่ารายได้ที่มีอยู่ และสุดท้ายก็จะทำให้เกิดปัญหาหนี้นอกระบบตามมาเป็นเงาตามตัว
ทั้งนี้ ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของประชาชนระหว่างวันที่ 16 ก.ย.2557 จำนวน 1,198 ตัวอย่างทั่วประเทศพบว่า ส่วนใหญ่ 82% จะมีถือบัตรเครดิตประมาณ 2 ใบต่อคน แส่วนอีก 18% พบว่ามีการถือบัตรเครดิตมากถึง 34 ใบต่อคน และมีความถี่ในการใช้บัตรเครดิตเฉลี่ย 2 ครั้งต่อเดือน มูลค่าในการใช้ต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 6,534 บาทต่อเดือน โดยจำนวนนี้ในอนาคต 3 เดือนข้างหน้าจะมีการใช้ที่ลดลงทั้งความถี่และมูลค่า เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจยังแย่ กลัวเป็นหนี้มากขึ้น รายได้ลดลงและวงเงินเต็มแล้ว ซึ่งวงเงินส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 4.3 เท่าของรายได้
นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า ลักษณะการใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตส่วน 36.4% เป็นการใช้ผ่อนสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น และพบว่า 35.1% เคยมีพฤติกรรมผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต จำนวนนี้มี 6.5% ที่ไม่จ่ายหนี้เลย และเมื่อเจาะลึกลงไปจะเห็นว่า ในช่วง 36 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ที่ไม่ชำระหนี้เลยเพิ่มขึ้นเป็น 11.3% โดยผู้ถือบัตรเครดิตที่ผิดชำระหนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย เช่น รับจ้างและนักศึกษา
อย่างไรก็ดี เมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาหนี้บัตรเครดิตของประเทศ ส่วนใหญ่ 46.1% มีความเป็นห่วงมาก และในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าก็ยังมีความเป็นห่วงมากขึ้น รวมทั้งเห็นว่ภาระหนี้ครัวเรือนของไทยจะสูงมากขึ้น เพราะการมีบัตรเครดิตทำให้ก่อหนี้มากขึ้นและยังทำให้ขาดวินัยในการใช้เงินด้วย เนื่องจากสามารถใช้จ่ายเงินได้ง่ายขึ้น เป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ ทำให้ขาดความระวังในการใช้เงินหรือใช้เงินเกินตัว
ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ณ สิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตรวมยังเพิ่มขึ้น มีจำนวน 1.24 แสนล้านบาท เทียบกับเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 3,485 ล้านบาท หรือ 2.9% ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่สูงมาก สะท้อนความระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยส่วนใหญ่ใช้จ่ายผ่านบัตรที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์และเป็นการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ คือ 1.01 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2,286 ล้านบาท หรือ 2.31% ส่วนการใช้จ่ายในต่างประเทศ 8,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 430 ล้านบาท หรือ 5.38% และยอดเบิกเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตร 1.42 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 770 ล้านบาท หรือ 5.72% สำหรับยอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตทั้งระบบ มี 2.76 แสนล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 479 ล้านบาท หดตัวลง 0.17% ถือเป็นการหดตัวครั้งที่ 3 ของปีนี้







