
ตรังเร่งสร้างจุดชมพะยูนคาด1ปีเสร็จ
ตรัง-หลายหน่วยงานเร่งผลักดันสร้างจุดชมพะยูนบนเกาะลิบงคาด1ปีแล้วเสร็จก่อนส่งมอบให้ท้องถิ่นบริหารจัดการ
ตรัง-หลายหน่วยงานเร่งผลักดันสร้างจุดชมพะยูนบนเกาะลิบงคาด1ปีแล้วเสร็จก่อนส่งมอบให้ท้องถิ่นบริหารจัดการ
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง ผู้ร่วมผลักดันการสร้างจุดชมพะยูน บริเวณเนินเขาบาตูปูเต๊ะ บนเกาะลิบง กล่าวว่าจากการหารือร่วมกันหลายฝ่ายเห็นว่า ไม่ควรใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่ควรก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกลงไปในพื้นที่มากเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้สภาพธรรมชาติเปลี่ยน หรือทำให้การท่องเที่ยวไม่สนุกสนานตามรูปแบบของการผจญภัย ที่ต้องการให้ปีนป่ายถ้ำ และภูเขาขึ้นไปชมความงดงามต่างๆ ในมุมสูงด้วยความประทับใจ อาจมีการจัดทำบันได และจัดซื้อเชือกมาใช้โยงตัวนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้เกิดความปลอดภัยเท่านั้น
ทั้งนี้ จะให้ อบต.เกาะลิบง ร่วมกับกลุ่มมัคคุเทศก์อาสา ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ เป็นแกนหลักในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ต้องการปีนป่ายขึ้นไปชมพะยูนบนเนินเขาบาตูปูเต๊ะ เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ที่รู้ข้อมูลเป็นอย่างดี และผ่านการอบรมด้านการท่องเที่ยวมาแล้วระดับหนึ่ง รวมทั้งยังมีประสบการณ์สำหรับการแนะนำนักท่องเที่ยในการปีนป่ายถ้ำและภูเขา ตลอดจนสามารถนำไปท่องเที่ยวยังจุดอื่นๆ ที่สวยงามของเกาะลิบงได้อีกด้วย ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แต่หากจะให้มีความพร้อมอย่างเต็มรูปแบบคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักหนึ่ง
นายสุพจน์ สุวรรณลิขิต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทางสำนักงานกำลังเร่งให้ อบต.เกาะลิบง เสนอเรื่องการสร้างจุดชมพะยูน บริเวณเนินเขาบาตูปูเต๊ะ เข้ามา เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้จัดการงงบประมาณมาดำเนินการ และจะประสานไปยังกรมการท่องเที่ยว ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมทั้งพบปะกับผู้นำชุมชนและชาวตำบลเกาะลิบง เพื่อหาข้อสรุปในการพัฒนาหรือการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เป็นไปตามความเหมาะและความต้องการนักท่องเที่ยว โดยจะให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี จากนั้น จะส่งมอบให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการต่อไป
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง ผู้ร่วมผลักดันการสร้างจุดชมพะยูน บริเวณเนินเขาบาตูปูเต๊ะ บนเกาะลิบง กล่าวว่าจากการหารือร่วมกันหลายฝ่ายเห็นว่า ไม่ควรใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่ควรก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกลงไปในพื้นที่มากเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้สภาพธรรมชาติเปลี่ยน หรือทำให้การท่องเที่ยวไม่สนุกสนานตามรูปแบบของการผจญภัย ที่ต้องการให้ปีนป่ายถ้ำ และภูเขาขึ้นไปชมความงดงามต่างๆ ในมุมสูงด้วยความประทับใจ อาจมีการจัดทำบันได และจัดซื้อเชือกมาใช้โยงตัวนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้เกิดความปลอดภัยเท่านั้น
ทั้งนี้ จะให้ อบต.เกาะลิบง ร่วมกับกลุ่มมัคคุเทศก์อาสา ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ เป็นแกนหลักในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ต้องการปีนป่ายขึ้นไปชมพะยูนบนเนินเขาบาตูปูเต๊ะ เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ที่รู้ข้อมูลเป็นอย่างดี และผ่านการอบรมด้านการท่องเที่ยวมาแล้วระดับหนึ่ง รวมทั้งยังมีประสบการณ์สำหรับการแนะนำนักท่องเที่ยในการปีนป่ายถ้ำและภูเขา ตลอดจนสามารถนำไปท่องเที่ยวยังจุดอื่นๆ ที่สวยงามของเกาะลิบงได้อีกด้วย ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แต่หากจะให้มีความพร้อมอย่างเต็มรูปแบบคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักหนึ่ง
นายสุพจน์ สุวรรณลิขิต ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทางสำนักงานกำลังเร่งให้ อบต.เกาะลิบง เสนอเรื่องการสร้างจุดชมพะยูน บริเวณเนินเขาบาตูปูเต๊ะ เข้ามา เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้จัดการงงบประมาณมาดำเนินการ และจะประสานไปยังกรมการท่องเที่ยว ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมทั้งพบปะกับผู้นำชุมชนและชาวตำบลเกาะลิบง เพื่อหาข้อสรุปในการพัฒนาหรือการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เป็นไปตามความเหมาะและความต้องการนักท่องเที่ยว โดยจะให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี จากนั้น จะส่งมอบให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการต่อไป







