posttoday
ปฏิรูปประเทศไทย"การบริหารประเทศให้ได้ผล"

ปฏิรูปประเทศไทย"การบริหารประเทศให้ได้ผล"

10 กันยายน 2557

ประเทศไทยวิกฤตสุดๆ จนทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นรากฐานในการปฏิรูปประเทศไทยเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ดังที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ 2557 คนไทยควรจะพิจารณาปัญหาของประเทศโดยรอบด้าน ซึ่งซับซ้อนมาก อย่าไปคิดว่าเกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาความล้มเหลวเชิงระบบของประเทศไทย ระบบการบริหารประเทศล้มเหลวเกือบจะโดยสิ้นเชิง

ประเทศไทยวิกฤตสุดๆ จนทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นรากฐานในการปฏิรูปประเทศไทยเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ดังที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ 2557 คนไทยควรจะพิจารณาปัญหาของประเทศโดยรอบด้าน ซึ่งซับซ้อนมาก อย่าไปคิดว่าเกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาความล้มเหลวเชิงระบบของประเทศไทย ระบบการบริหารประเทศล้มเหลวเกือบจะโดยสิ้นเชิง

ในการปฏิรูปประเทศให้เป็นอาริยะประชาธิปไตยนั้น ต้องคำนึงถึงระบบบริหารประเทศที่ได้ผลด้วย คือ 1.จิตสำนึก โครงสร้างและพฤติกรรมในสังคม ประเทศไทยวิกฤตสุดๆ เพราะมีปัญหาในทั้ง 3 ข้อนี้

หากการปฏิรูปประเทศไทยภายใน 1 ปีจากนี้ คือ การเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ และปฏิรูปกฎหมายที่สำคัญๆ ที่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมของนักการเมืองข้าราชการ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็ดี คงจะไม่เปลี่ยนแปลงในเร็ววัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตยที่ดีควรมีระบบการบริหารประเทศที่ได้ผลด้วย ฉะนั้นในการปฏิรูปประเทศไทย จึงคำนึงถึงการบริหารประเทศที่ได้ผลพร้อมกันไปด้วย

2.ประเทศเครื่องหลุด

การประกอบเครื่องประเทศไทย รถยนต์มีส่วนประกอบประมาณ 1 หมื่นชิ้น ถ้าทุกส่วนประกอบกันเข้าอย่างถูกต้อง รถก็วิ่งไปได้อย่างราบรื่น จะให้ไปสู่จุดหมายใดก็ได้ตามเจตจำนงของผู้ขับ ถ้าประกอบอย่างน้อย 8 เรื่องเข้าด้วยกัน คือ เศรษฐกิจจิตใจสังคมวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมสุขภาพการศึกษาประชาธิปไตย เรื่องเหล่านี้ล้วนหลุดกันเป็นส่วนๆ ทุกอย่างถูกชำแหละและตัดขาดจากกันเป็นส่วนๆ

3.เรื่องที่ต้องปฏิรูป

คสช.ได้รวบรวมความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ เห็นว่าการปฏิรูปประเทศไทยมี 11 เรื่อง และให้สภาปฏิรูปที่กำลังจัดตั้งขึ้นดำเนินการ เรื่องใหญ่ๆ ที่ควรปฏิรูปคงจะเห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นต่างกันบ้างก็ไม่เป็นไร เมื่อดำเนินการไปก็อาจจะเพิ่มหรือหดได้อีก

เรื่องที่ควรปฏิรูป 9 เรื่อง คือ (1) ปฏิรูปวิธีคิดและจิตสำนึก (2) สร้างพลังพลเมืองที่เข้มแข็ง (3) ฐานประเทศต้องแข็งแรงชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง (4) สัมพันธภาพใหม่ระหว่างท้องถิ่น ระบบราชการ ระบบการเมือง (5) สังคมที่เป็นธรรมการปฏิรูปการกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม (6) การปฏิรูประบบความยุติธรรม (7) ระบบการต่อต้านคอร์รัปชั่น (8) ความสามารถในการกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศ (9) ระบบปัญญาของประเทศอ่อนแอการศึกษาการวิจัยข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร

ที่กล่าวมาข้างต้นข้อ 18 ล้วนต้องการปัญญา แต่ระบบการศึกษาของเราในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำหน้าที่สร้างปัญญาโดยรวมให้สังคมไทย ประเทศไทยจึงอ่อนแอทางปัญญา เป็นต้นเหตุที่แท้จริงของวิกฤต

4.ระบบการเมืองระบบราชการระบบการศึกษา ต้นเหตุแห่งระบบการบริหารประเทศที่ล้มเหลว ทั้ง 3 ต้องบรรจบเชิงเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ความอ่อนแอของระบบทั้ง 3 ส่งผลลบต่อกัน เป็นวัฏจักรแห่งการบริหารประเทศที่อ่อนแอ เป็นที่มาของความถดถอยและวิกฤต ความอ่อนแอของทั้ง 3 ระบบ มีต้นตอรากเหง้าของมัน

ความอ่อนแอของระบบการเมือง มาจากประชาชนส่วนใหญ่ยากจนและอยู่ในระบบอุปถัมภ์ต้องการที่พึ่งพิง นักการเมืองคือผู้อุปถัมภ์และที่พึ่งพิง จะทำอย่างไรวัฏจักรความเลวร้ายจะไม่กลับมาอีก

ความอ่อนแอของระบบราชการ เกิดจากการรวมศูนย์อำนาจและการถูกครอบงำโดยระบบการเมือง จึงต้องปฏิรูประบบราชการให้เป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี มีความรู้ ปรับตัวจากการใช้อำนาจสั่งการมาเป็นสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคอื่นๆ

ความอ่อนแอของระบบการศึกษา ประเทศไทยตกใจในมหิทธานุภาพอันใหญ่โตของยุโรป คิดว่าเขามีความรู้ เราไม่มีความรู้ เลยคิดการศึกษาแบบ “ต่อท่อความรู้” จากยุโรปมาไทย ทำเช่นนั้นนานเกินจนการศึกษาเป็นเพียงการถ่ายทอดวิชา ไม่เพียงพอต่อการสร้างความเข้มแข็งทางปัญญา ถ้าเป็นระบบที่สร้างปัญญาอย่างบูรณาการไปกับการพัฒนาประเทศทั้งหมด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ประเทศพ้นวิกฤต

5.การบริหารเชิงยุทธศาสตร์

ให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานยุทธศาสตร์ในเรื่องนั้นๆ โดยกลั่นกรองเชิญคนที่เก่งสุดยอดในเรื่องนั้นๆ เข้ามาเป็นคณะทำงาน ควรมีทหารและนักธุรกิจร่วมด้วย ข้าราชการพลเรือนและอาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมากทำงานเชิงยุทธศาสตร์ไม่เป็น แต่ทหารและนักธุรกิจที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายเขาต้องทำงานเชิงยุทธศาสตร์

6.ข้อเสนอเรื่องนายกรัฐมนตรีกับสภายุทธศาสตร์ชาติ ประเทศไทยติดขัด ถดถอย และวิกฤต เพราะขาดการบริหารประเทศโดยใช้ปัญญา ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปคนไทยจะลำบากขึ้นเรื่อยๆ ต้องตรากตรำทำงานหนักแต่ยากจน เพราะประเทศที่ฉลาดกว่าอย่างประเทศเพื่อนบ้านเล็กๆ ก็จะมาใช้เราทำมาหาเลี้ยงให้เขาร่ำรวย เพราะเขาฉลาดกว่าเรา เราจะตกสภาพ (ขอโทษ) เหมือนวัวเหมือนควายที่ต้องทำงานหนัก แต่ผลประโยชน์คนอื่นเอาไป

การมีปัญญาและการบริหารประเทศด้วยปัญญาจึงสำคัญที่สุด แต่สังคมไทยไม่มีวัฒนธรรมทางปัญญา เพราะอยู่ภายใต้วัฒนธรรมอำนาจมาช้านาน การทำอะไรๆ จึงไม่นิยมใช้ความรู้และการเรียนรู้ รัฐมนตรีของประเทศที่เจริญเขามีความรู้และใช้ความรู้ รัฐมนตรีของเรามักว่างเปล่าแต่นิยมใช้อำนาจ

มหาวิทยาลัยก็มิใคร่วิจัยสร้างความรู้ การวิจัยที่พอมีอยู่บ้างก็ไม่มีใครสนใจนำไปสังเคราะห์เป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ เพราะผู้บริหารประเทศคือนายกรัฐมนตรีและ ครม.ไม่นิยมใช้ความรู้ ฝ่ายสร้างความรู้ก็จะจอดสนิทตลอดแนว มีวิจัยกะหรอมกะแหรม แล้วก็ไม่มีใครเอาไปใช้งาน มหาวิทยาลัยจึงเป็นมหาวิทยาลัยอย่างที่เป็น คือ ไม่เป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต

ทั้งนี้ ต้องตัดวงจรอุบาทว์ตรงนี้ให้ได้ นั่นคือมีนายกฯ ที่ต้องการใช้ปัญญาในการบริหารประเทศ หรือสัมมานายกฯ กับการมีสภายุทธศาสตร์ชาติ เป็นเครื่องมือของนายกฯโดยนายกฯ มีฐานที่มาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย เป็นผู้ใช้อำนาจบริหารสูงสุด ส่วนว่าทำอย่างไรจะได้นายกรัฐมนตรีที่นิยมใช้ปัญญาก็ต้องไปว่ากันในเรื่องปฏิรูปการเมือง

สภายุทธศาสตร์ชาติ เป็นองค์กรทางปัญญารวบยอดสูงสุดที่ช่วยฝ่ายอำนาจคือนายกรัฐมนตรีให้สามารถใช้อำนาจด้วยปัญญาโดยสภายุทธศาสตร์ประกอบด้วยบุคคลเพียง 1015 คน ที่คัดเลือกกลั่นกรองมาเป็นอย่างดีว่าสุจริตไม่ทำเพื่อตนเอง ทรงปัญญาสูงสุด ใช้ข้อมูลความรู้ที่แม่นยำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยนายกรัฐมนตรีในการตัดสินใจทางนโยบายและยุทธศาสตร์

การมีสภายุทธศาสตร์ชาติที่รู้จบสิ้นดินฟ้ามหาสมุทร เป็นปัญญารวบยอดสูงสุดของชาติ คอยช่วยนายกรัฐมนตรี จะทำให้นายกรัฐมนตรีสามารถบริหารประเทศได้ด้วยปัญญาสูงสุด เมื่อผู้บริหารสูงสุดใช้ปัญญาอย่างนี้จะส่งกระแสความต้องการสร้างปัญญาลงไปตลอดแนว และกระตุ้นระบบปัญญาของประเทศให้เข้มแข็งขึ้นมาทั้งระบบ สามารถพาประเทศออกจากการติดกับแห่งความไร้สมรรถนะ ไปสู่ประเทศไทยยุคใหม่ที่มีความเจริญอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย