
รับมือแล้งหนัก!กรมชลฯเผยน้ำในเขื่อนน้อยกว่าคาด
กรมชลฯ เป็นห่วงภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงเนื่องจากปริมาณมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำหลักมีน้อยกว่าที่คาดการณ์มาก
กรมชลฯ เป็นห่วงภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงเนื่องจากปริมาณมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำหลักมีน้อยกว่าที่คาดการณ์มาก
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการน้ำท่วมโดยภาพร่วมขณะนี้ค่อนข้างปกติโดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำถือว่าน้อยโดยที่จ.นครสวรรค์มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,300 ลบ.ม.ต่อวินาทีหรือ 1ใน 3 ของลำน้ำเท่านั้น ส่งผลให้การระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยายังต่ำกว่าจุดควบคุมการระบายน้ำสูงสุดไว้ที่คาดการณ์ไว้
1,100 ลบ.ม.ต่อวินาที
ทั้งนี้อาจจะมีพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่างของเขื่อนเจ้าพระยาที่มีน้ำล้นตลิ่งอยู่บ้างแต่จะไม่สูงไปกว่านี้แล้วทำให้มั่นใจว่าจะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วมอีกต่อไป
แต่สิ่งที่กรมชลฯเป็นห่วงมากคือปริมาณน้ำจะไม่เพียงพอต่อความต้องใช้ในฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2557 -30 เม.ย. 2558 เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักทั้งเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 36% โดยเป็นน้ำใช้การได้ประมาณ ไม่ถึง 5%และเขื่อนสิริกิติ์ เหลืออยู่ 53% ใช้การไม่เกิน 7% ซึ่งน้อยกว่าที่กรมชลฯคาดการณ์ไว้ที่ 45% และ 60%
ที่สำคัญยังไม่มีสัญญาว่าจะมีฝนเข้ามาเพิ่มในสองเขื่อนนี้เนื่องจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่านับจากนี้ฝนจะน้อยลงและฤดูฝนจะสิ้นสุดตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ซึ่งเร็วกว่าทุกปีที่ปกติจะสิ้นสุดกลางเดือน ต.ค.
อธิบดีกรมชลฯยืนยันว่าการทำแผนการใช้ในฤดูแล้งจะปรับให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนโดยให้ความมั่นใจว่าน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคและรักษานิเวศน์จะมีอย่างแน่นอน แต่น้ำสำหรับการทำการเกษตรจะต้องมีการวางแผน







