posttoday
เริ่มโครงการบริหารน้ำ

เริ่มโครงการบริหารน้ำ

06 กันยายน 2557

มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ยังเป็นฝันร้ายสำหรับคนไทยเกือบครึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบ คุณูปการของภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้สังคมไทยตื่นตัวในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากผ่านไปร่วม 3 ปี รัฐบาลที่ผ่านมาแม้จะมีโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากทั่วทุกพื้นที่ เนื่องจากเป็นการกำหนดโครงการที่ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบและประสิทธิผลอย่างรอบด้านเพียงพอ

มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ยังเป็นฝันร้ายสำหรับคนไทยเกือบครึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบ คุณูปการของภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้สังคมไทยตื่นตัวในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากผ่านไปร่วม 3 ปี รัฐบาลที่ผ่านมาแม้จะมีโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่เกี่ยวกับการจัดการน้ำ แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากทั่วทุกพื้นที่ เนื่องจากเป็นการกำหนดโครงการที่ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบและประสิทธิผลอย่างรอบด้านเพียงพอ

ประเทศไทยมีเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ความจุตั้งแต่ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไปมากถึง 33 เขื่อน สามารถกักเก็บน้ำเต็มความจุได้ถึง 7.8 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดภาวะภัยแล้งรุนแรงกว่าครึ่งประเทศในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา กระทั่งถึงขณะนี้ล่วงเข้าสู่ช่วงกลางของฤดูฝน แต่ปริมาณน้ำกักเก็บทุกเขื่อนทั่วประเทศรวมกันก็ยังมีไม่ถึง 32% ของความจุเขื่อนทั้งหมดรวมกัน

ปัญหาของการบริหารจัดการน้ำ จึงไม่ใช่ขาด “เขื่อน” ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมน้ำ ไม่ใช่การขุดคลองขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำ แต่คือการรักษาฟื้นฟูสภาพนิเวศต้นน้ำ การปรับปรุงระบบคู คลอง ธรรมชาติที่มีอยู่เดิมให้เป็นทางไหลของน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ตื้นเขิน เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง ทั้งสิ่งปลูกสร้างกีดขวางและวัชพืช โดยใช้ชุมชนเจ้าของพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่คูคลองเหล่านี้มีส่วนร่วมในการดูแล เพราะถือเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์น้ำ

ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ปรากฏก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ระบบราชการไม่ว่าจะทั้งส่วนกลางหรือส่วนท้องถิ่นนั้น ล้มเหลวในการบริหารจัดการ ตลอดจนการป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างสิ้นเชิง

ไม่กี่สัปดาห์ก่อนปรากฏข่าวท่อระบายน้ำกลางเทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต อุดตันไปด้วยคอนกรีตจากการก่อสร้าง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ล่าสุดสถานการณ์น้ำเหนือหลากท่วม จึงได้เห็นจังหวัดในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างกระตือรือร้นกวาดเก็บผักตบชวาที่ขวางการไหลของน้ำในแม่น้ำ คู คลองต่างๆ

การให้งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขุดลอก หนอง บึง คู คลอง ลำราง ตลอดจนท่อระบายน้ำนั้น กลายเป็นช่องทางทุจริตของผู้รับเหมาในบางพื้นที่ ขุดดินลอกคูคลองเพียงผิวเผิน แต่ไม่ลึกและกว้างเพียงพอที่จะให้น้ำไหลผ่านได้โดยสะดวก

ดังนั้น ในระยะเฉพาะหน้าช่วงที่โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบยังไม่เป็นรูปธรรม ก็ควรให้ชุมชนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการรักษาป่าต้นน้ำ การดูแล คู คลอง แม่น้ำ ส่วนโครงการที่จะแก้ปัญหาในระยะยาวนั้น ก็ควรให้ทุกภาคส่วนทั้งนักวิชาการ ภาคเกษตรกรรม ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแผนแม่บท ไม่ใช่ผูกขาดอยู่กับฝ่ายการเมืองและส่วนราชการบางหน่วยงาน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานถึงความเหมาะสมและประสิทธิภาพอย่างที่ผ่านมา

ที่สำคัญควรเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ เพราะผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมไปแล้ว เรายังคงต้องเตรียมพร้อมเผชิญรับมือกับภัยแล้งครั้งรุนแรงที่จะตามมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว