
ยอดขอตั้งบริษัทลดฮวบแก้กม.ต่างด้าวคุมนอมินี
ธุรกิจตั้งใหม่ลดฮวบ 18% ผลจากคุมเข้มค้าสลากและธุรกิจทีวีจดทะเบียนลดลง เชื่อทั้งปี 66.5 หมื่นราย
ธุรกิจตั้งใหม่ลดฮวบ 18% ผลจากคุมเข้มค้าสลากและธุรกิจทีวีจดทะเบียนลดลง เชื่อทั้งปี 66.5 หมื่นราย
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค. 2557 มีผู้ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ทั่วประเทศ 5,204 ราย ลดลง 18% เทียบกับ ส.ค. 2556 และลดลงถึง 7% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 2557 โดยมีทุนจดทะเบียน 2.76 หมื่นล้านบาท ลดลง 11% เทียบกับ ส.ค. 2556 แต่เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับ ก.ค. 2557
ขณะที่ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทั่วประเทศในช่วง 8 เดือน มีจำนวน 4.02 หมื่นราย ลดลง 18% เทียบกับช่วงเดียวกันที่ผ่านมา
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แจงว่า สาเหตุที่ยอดการจัดตั้งนิติบุคคลลดลง เป็นผลจากการใช้มาตรการเข้มงวดในการจดทะเบียนธุรกิจค้าสลาก ทำให้เดือน ส.ค.มีธุรกิจค้าสลากขอจัดตั้ง 11 ราย น้อยกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนที่จดทะเบียน 317 ราย และในเดือน ส.ค.ปีก่อนมีธุรกิจกิจการวิทยุโทรทัศน์จดทะเบียน 396 ราย แต่ขณะนี้ธุรกิจทีวีกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ยในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อเดือนยังอยู่ที่ 5,009 ราย ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในปี 2556 ที่ 5,012 ราย ซึ่งคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ การส่งออก และราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบโดยตรง
น.ส.ผ่องพรรณ ยังเชื่อว่า ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทั้งประเทศในปีนี้น่าจะสูงเกินกว่า 6 หมื่นราย และเป็นไปตามเป้าหมายที่ประเมินไว้ 66.5 หมื่นราย เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐและเอกชนก็จะมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นตามมา
ทั้งนี้ การจดทะเบียนนิติบุคคลเลิกกิจการในเดือน ส.ค. 2557 มีจำนวน 1,236 ราย ลดลง 1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 16% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 6,383 ล้านบาท ลดลง 79% เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค. 2556 โดยในช่วง 8 เดือนมีการเลิกกิจการ 8,563 ราย เพิ่มขึ้น 7% โดยปัจจุบันมีนิติบุคคล 5.64 แสนราย
น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า งานเร่งด่วนที่จะเสนอรัฐมนตรีคือการเตรียมพร้อมรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การพัฒนาธุรกิจและผลักดันการเป็นบรรษัทธรรมาธิบาล รวมถึงการแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเพื่อป้องกันการถือหุ้นแทนพ.ศ. 2542เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดเออีซี ซึ่งเคยยื่นเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก่อน
ทั้งนี้ การนำเสนอขอความเห็นชอบต่อการแก้กฎหมาย จะทำควบคู่ 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการแก้ร่างกฎหมายในเรื่องของคำนิยาม เพื่อป้องกันการถือหุ้นแทน (นอมินี) ซึ่งจะเน้นการดูเนื้อหาสาระของเจตนาการถือหุ้นและการครอบงำกิจการ มากกว่าจะดูแค่สัดส่วนการถือหุ้น ในส่วนนี้จะน่าจะใช้เวลาทำงานศึกษาและเปิดรับฟังการวิจารณ์ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง น่าจะเข้าพิจารณาในสภาฯได้กลางปี 2558
“อีกส่วนที่น่าจะดำเนินการได้เร็ว คือ การทบทวนบัญชีแนบท้าย โดยเตรียมถอดธุรกิจสถาบันการเงิน และการประกันภัยและชีวิต ออกจากบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพราะมีกฎหมายดูแลโดยตรงแล้ว ส่วนธุรกิจอื่นๆก็จะทบทวนการเพิ่มหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น อาทิ ธุรกิจค้าปลีก”







