
จับหนุ่มปากี-สาวไทยขายหนังสือเดินทางปลอม
ดีเอสไอรวบหนุ่มปากีสถานพร้อมสาวไทยขายหนังสือเดินทางปลอม พร้อมเร่งขยายผลปราบปราม
ดีเอสไอรวบหนุ่มปากีสถานพร้อมสาวไทยขายหนังสือเดินทางปลอม พร้อมเร่งขยายผลปราบปราม
เมื่อวันที่ 4 ก.ย.เวลา 15.00 น.พล.ต.อ.ชัชวาล สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ นายเพิ่มพูน พึ่งประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศโดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้ายสากล ได้ดำเนินการสืบสวนคดีมีชาวต่างชาติ เชื้อสายปากีสถาน ที่อาศัยและทำธุรกิจในประเทศไทย ลักลอบรับซื้อและขายหนังสือเดินทาง
กระทั่งเมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 560/201 อาคารเกล้าสยามคอนโด ถนนดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ และร้านโคฮีนูร เรสทอร์รองท์ ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จับกุม 1.นายชาฮ์ซาด นาซีร์ บัตต์ หรือ บัตต์ ชาวปากีสถาน อายุ 46 ปี เจ้าของร้านอาหารย่านประตูน้ำ ข้อหาเป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้าม หรือ เป็นนอมินี ร่วมกันรับของโจร และร่วมกันปลอม จำหน่ายหนังสือเดินทางปลอม ปลอมเอกสาร 2.นายคาวาจา ริซวาน ฮาเลม หรือ อาลี หรือ ฮาลีม หรือ จานี่ ชาวปากีสถาน อายุ 32 ปี ข้อหาร่วมกันปลอม และจำหน่ายหนังสือเดินทางปลอม ปลอมเอกสาร
3.นางอรวรรณ นาซีร หรือ วงศ์ศรี สัญชาติไทย อายุ 37 ปี ภรรยาของนายชาฮ์ซาด นาซีร์ บัตต์ หรือ บัตต์ ข้อหาเป็นกรรมการหุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลต่างด้าว หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิด และ4.นางสาวนงค์รัก วงศ์ศรี สัญชาติไทย อายุ 45 ปี ข้อหาเป็นกรรมการหุ้นส่วน หรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลต่างด้าว หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อมิให้เกิดความผิด
ของกลางที่พบมีหนังสือเดินทางของประเทศออสเตรีย แผ่นสติ๊กเกอร์วีซ่าเปล่าของประเทศอินเดีย เอกสารแผ่นหน้าข้อมูลบุคคลของหนังสือเดินทางของประเทศอิตาลี อุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์พบไฟล์ข้อมูลภาพ เก็บไว้ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ของผู้ต้องหา ประกอบด้วย ข้อมูลรูปถ่ายบุคคลสำหรับใช้ติดในหนังสือเดินทาง ข้อมูลแผ่นปะตรวจลงตรา(วีซ่า) รอยตราประทับ บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ และแผ่นหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางของประเทศต่างๆ กว่า 42 ประเทศ มีข้อมูลรวมแล้วมากกว่า 1,500 รายการ รวมทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร และเอกสารประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางคดี
ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกลางจำนวนมาก ประกอบกับมีข้อมูลความเชื่อมโยงกับข้อมูลอาชญากรรมที่ได้รวบรวมไว้จากผลการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษอาชญากรรมดังกล่าวที่ผ่านมา น่าเชื่ออาจเกี่ยวข้องการกระทำความผิดฐานอื่นอีกหลายฐาน เหตุเกิดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีต่อกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องต่อไป
พล.ต.อ.ชัชวาล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ดำเนินการเฝ้าระวัง ติดตาม ป้องกันและปราบปราม คดีพิเศษเกี่ยวกับขบวนการค้าหนังสือเดินทางปลอมเครือข่ายข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง มีการร่วมมือระหว่างแลกเปลี่ยนข้อมูลกับต่างประเทศ การจับกุมในครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลมาจาก พฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ผลิต นำเข้า-ส่งออก เอกสารสำคัญและหนังสือเดินทางต่างประเทศปลอม สำหรับตลาดการค้าหนังสือเดินทางปลอมระหว่างประเทศ ให้แก่กลุ่มอาชญากรเพื่อกระทำความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ หรือ ใช้เป็นประเทศทางผ่าน ที่พำนัก จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ขบวนการค้ามนุษย์ ขบวนการลักลอบขนคนเข้าไปในประเทศที่สาม ขบวนการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานโดยผิดกฎหมาย ขบวนการก่อการร้ายหรืออาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้เร่งดำเนินการสืบสวน สอบสวน จับกุมผู้กระทำความผิด และ กลุ่มองค์กรอาชญากรรม ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ต่อไป เบื้องต้นดำเนินดคีผู้ต้องหาทั้ง 4 รายตามกฏหมายต่อไป







