
ชงตั้งกระทรวงอุดมศึกษาฯ
วงถกอธิการขอแยกมหาวิทยาลัยจากศธ.องคมนตรีแนะวิจัยก่อนลดการบ้านเด็ก
วงถกอธิการขอแยกมหาวิทยาลัยจากศธ.องคมนตรีแนะวิจัยก่อนลดการบ้านเด็ก
ทปอ.จ่อเสนอ รมว.ศึกษา ธิการ ป้ายแดง ตั้งกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย
นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผู้แทนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสถาบันอุดมศึกษา เตรียมขอเข้าพบรัฐมนตรีที่ดูแลงานอุดมศึกษา เพื่อเสนอแนวทางพัฒนางานโดยเฉพาะการขอแยกงานอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และให้จัดตั้งเป็นกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย
นอกจากนี้ จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ อาทิ ระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่น ที่ต้องมีทิศทางชัดเจนและต้องไม่เป็นภาระเกิดแก่เด็ก ผู้ปกครอง รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. ... และเรื่องงานวิจัยที่ต้องสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยดำเนินการให้มากขึ้น เสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อให้เสนอต่อไปยังสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป
“ตอนนี้เรายังไม่ทราบว่ารัฐมนตรีท่านใดจะดูแลกำกับงานด้านอุดมศึกษา ซึ่ง หากทราบเมื่อใดก็จะขอเข้าพบเพื่อเสนอแนวทางทันที” นพ.ภิรมย์ กล่าว
วันเดียวกัน ที่งานครบรอบ 9 ปี สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่องการปฏิรูปการศึกษากับการประเมินระดับชาติตอนหนึ่งว่า ไม่แน่ใจว่าผู้ที่ประกาศว่าจะปรับหลักสูตรการศึกษาเข้าใจการศึกษาหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าจำเป็นต้องมีคนกลางมาทำวิจัยเรื่องคุณธรรม และการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ
นพ.เกษม กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบการเรียนการสอนของประเทศไทย กับประเทศอื่นๆ จะพบว่าประเทศอื่นเข้มงวดมากกว่า ดังนั้นประเทศไทยควรกลับมาทบทวนโดยที่ผ่านมามักมีคนพูดว่าเด็กไทยเรียนหนักและทำการบ้านมากเกินไป และล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็จะปรับลดเวลาเรียนเด็กอีก ส่วนตัวอยากให้มีการทำวิจัยศึกษาในเรื่องดังกล่าวก่อน เพื่อดูว่าเราจัดการเรียนการสอนมากเกินไปจริงๆ หรือไม่
นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ได้เตรียมข้อมูล 5 ประเด็นเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีใหม่ โดยประเด็นสำคัญคือ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งภาพรวมในปัจจุบันไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ที่มีความกังวลคือตัวเลขของนักเรียนต่างด้าวที่ปัจจุบันมี 1.8 แสนราย และกำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 แสนราย ในระยะเวลา 3 ปี
“ที่ผ่านมา โรงเรียนจะเกลี่ยงบเพื่อให้เด็กต่างด้าวได้เรียนฟรี แต่หลังจากนี้จะเพิ่มขึ้นมาก สพฐ.เห็นว่า ควรต้องหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง” นายกมล กล่าว







