
เกรดเฉลี่ยไม่ถึง2อดกู้กยศ.
ศธ.ปรับเกณฑ์ใหม่‘กู้ยากจ่ายง่าย’ต้องร่วมกิจกรรมจิตอาสา18ชม.ขึ้นไป
ศธ.ปรับเกณฑ์ใหม่‘กู้ยากจ่ายง่าย’ต้องร่วมกิจกรรมจิตอาสา18ชม.ขึ้นไป
กยศ.ปรับเกณฑ์การกู้ยืมเงินใหม่ เด็ก ม.ปลายที่จะกู้ต้องมีผลการเรียนชั้น ม.ต้นไม่น้อยกว่า 2.00 ขึ้นไป
นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายเกี่ยวกับการปล่อยกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้เน้นกู้ยาก จ่ายคืนง่าย การประชุมคณะกรรมการ กยศ.เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์การให้กู้ยืม กยศ.
ทั้งนี้ ประกอบด้วย หลักเกณฑ์ที่ 1 การคัดกรองสถานศึกษาที่จะจัดสรรเงิน กยศ. ให้นักเรียนกู้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ต้องเปิดการเรียนการสอนมาแล้วอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา มีผลการรับรองคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และต้องมีโครงการจิตอาสาที่มีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ
สำหรับระดับอนุปริญญาตรีและปริญญาตรีนอกจากจะต้องเปิดสอนมาอย่างน้อย 1 ปีการศึกษา และมีโครงการจิตอาสาฯ แล้ว หลักสูตรที่เปิดสอนต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ผ่านการประเมินของ สกอ. ตลอดจนมีผลการรับรองจาก สมศ.ด้วย
หลักเกณฑ์ที่ 2 การคัดกรองผู้กู้ยืมเงินในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายผู้ที่จะยื่นกู้จะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 2.00 ระดับ ปวช. ปวท.และ ปวส.ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว เพราะต้องการส่งเสริมให้มีการเรียนสายอาชีพมากขึ้น ส่วนระดับอนุปริญญาตรี/ปริญญาตรีต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่น้อยกว่า 2.00 รวมทั้งต้องมีหลักฐานแสดงถึงการเข้าร่วมโครงการจิตอาสาด้วย
นางสุทธศรี กล่าวว่า สำหรับผู้กู้รายเก่าที่จะเลื่อนชั้นปีหากจะกู้ต่อได้ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00 เช่นกันทุกภาคเรียน และยังต้องมีหลักฐานการเข้าร่วมโครงการจิตอาสา อย่างน้อย 1 กิจกรรม/ภาคการศึกษา โดยต้องเข้าร่วมโครงการจิตอาสา ไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง ต่อ 1 ภาคการศึกษา
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในส่วนของผู้ที่กู้ยืมนั้นจะดูเฉพาะเรื่องรายได้เท่านั้น แต่ส่วนอื่นไม่ได้กำหนด เช่น เรื่องผลการเรียนเฉลี่ยสะสม เป็นต้น
นางสุทธศรี กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบหลักเกณฑ์สัดส่วนวงเงินให้กู้ยืมแก่สถานศึกษาไว้ 4 ส่วน อาทิ กำหนดสัดส่วนจำนวนผู้กู้ที่มาชำระหนี้คืนไว้ 40% ต่อไปหากสถานศึกษาใดมีการค้างชำระหนี้ของผู้กู้มากจะได้รับจัดสรรวงเงินให้กู้ยืมน้อยลงด้วย
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดสัดส่วนจำนวนผู้กู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ต่อสายอาชีพไว้ในสัดส่วน 50:50 และระดับอนุปริญญาตรี/ปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์ต่อสายสังคมในสัดส่วน 50:50 เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กยศ.จะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวในปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป







