
สงครามสร้างหนี้
ลินดา เจ บิลเมส อาจารย์อาวุโสที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้แสดงทัศนะกึ่งวิเคราะห์ผ่านบทความของบลูมเบิร์ก ว่า ภายหลังจากที่ต้องใช้เงินหลายล้านล้านเหรียญสหรัฐไปกับสงครามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐก็ดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ภาวะนั้นอีกครั้ง เนื่องจากภัยความมั่นคงทั่วโลกได้ปะทุขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน
ลินดา เจ บิลเมส อาจารย์อาวุโสที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้แสดงทัศนะกึ่งวิเคราะห์ผ่านบทความของบลูมเบิร์ก ว่า ภายหลังจากที่ต้องใช้เงินหลายล้านล้านเหรียญสหรัฐไปกับสงครามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐก็ดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ภาวะนั้นอีกครั้ง เนื่องจากภัยความมั่นคงทั่วโลกได้ปะทุขึ้นแทบจะพร้อมๆ กัน
สหรัฐอาจจะไม่ส่งทหารเข้าไปทางภาคพื้นดินในแบบเดิมอีกแล้ว แต่จะปล่อยขีปนาวุธทางอากาศ ส่งเครื่องบินโดรนและอาวุธ พร้อมกับช่วยฝึกหน่วยรบพิเศษในบรรดาชาติต่างๆ ไว้ต่อกรกับกลุ่มก่อการร้าย แต่เศรษฐกิจของสหรัฐจะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอันหนักอึ้งจากสงครามได้อีกครั้งหรือไม่ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย
สงครามครั้งที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐต้องเป็นหนี้ยืมเงินมากถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อไปบุกอิรักและอัฟกานิสถาน ส่งผลให้ยอดหนี้ของประเทศพุ่งขึ้นจาก 6.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2003 ไปอยู่ที่ 17.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปัจจุบัน
แม้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ หรือเพนตากอน ก็มีความพยายามที่จะใช้มาตรการรัดเข็มขัด ไม่ให้กองทัพใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายเกินเหตุ ทว่านโยบายการปฏิรูปงบประมาณกองทัพก็ต้องกลับไปขึ้นหิ้งเหมือนเดิม เพราะสถาณการณ์ทั่วโลกน่ากังวลเกินกว่าจะปล่อยให้ความพร้อมของกองทัพลดลง
บทบรรณาธิการกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หากประธานาธิบดี บารัก โอบามา ตัดสินใจให้สหรัฐเข้าร่วมการรบในเขตแดนต่างๆ อีก ก็ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ และจะจ่ายหนี้เหล่านั้นอย่างไร







