
คืนความสุขเร่งขาดดุลบัญขีเดินสะพัดอันตรายเศรษฐกิจ
แม้ว่าการลดราคาน้ำมันโดยการลดภาษีสรรพสามิตและลดเงินกองทุนน้ำมันฯ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
แม้ว่าการลดราคาน้ำมันโดยการลดภาษีสรรพสามิตและลดเงินกองทุนน้ำมันฯ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างพลังงานไม่ให้บิดเบือน โดยหลักการคือภาษีน้ำมันทุกประเภทควรมีอัตราภาษีเท่ากัน ส่วนน้ำมันบางประเภทที่ต้องการสนับสนุนให้มีการใช้พลังงานทดแทนก็สามารถมีแต้มต่อทางภาษีได้เล็กน้อย
เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้แนวโน้มภาษีน้ำมันเบนซินยังมีสิทธิลงได้อีกในอนาคตเพราะอัตราภาษีสรรพสามิตยังสูง ขณะที่ภาษีน้ำมันดีเซลยังมีสิทธิราคาเพิ่ม เพราะภาษีสรรพสามิตยังอยู่ในอัตราต่ำ ทำให้ต้องปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลขึ้น เพื่อให้ภาษีสรรพสามิตของน้ำมันหลักทั้งสองประเทศมาเท่ากัน หรือใกล้เคียงมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม การลดราคาน้ำมันครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นโคลนนิ่งประชานิยมคืนความสุขให้กับประชาชน เพราะการลดราคาน้ำมันลงถึง 24 บาท ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ได้ประโยชน์กันทั่วหน้า ในส่วนของการปรับเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซลที่มีผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งยังไม่น่ามีผลต่อต้นทุนการขนสิ่งและสินค้ามากนัก
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การลดราคาน้ำมันเบนซินลงครั้งเดียวค่อนข้างมากจะทำให้มีการเร่งใช้น้ำมันมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด เมื่อของราคาถูกก็ทำให้คนใช้มากขึ้นหรือประหยัดน้อยลง
ดังนั้น การใช้น้ำมันมากขึ้นทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้ไทยเสี่ยงขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมีความเสี่ยงติดลบมากขึ้น
แม้ว่าขณะนี้บัญชีเดินสะพัดของไทยยังเป็นบวก แต่ปีที่ผ่านมาดุลการค้าของไทยติดลบ ซึ่งสถานการณ์หลายอย่างขณะนี้จะทำให้เกิดการพลิกผันการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดตีกลับมาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดได้ไม่ยาก
เมื่อยังมีปัจจัยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจากเงินทุนไหลออกเพิ่มมากขึ้น สาเหตุจากสหรัฐอเมริกายกเลิกมาตรการคิวอี ยิ่งทำให้มูลค่าการนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และส่งผลให้การขาดดุลบัญชีสะพัดของไทยเพิ่มมากขึ้นได้ง่ายๆ
นอกจากนี้ การเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งปีนี้และปีหน้า ทำให้ต้องมีการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบจำนวนมาก ยังเป็นอีกตัวที่เร่งการขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
ยังไม่รวมกับปัจจัยที่ไม่ได้เกิดตามปกติของฤดูกาล เช่น ในกรณีการส่งมอบเครื่องบินของบริษัท การบินไทย ที่บังเอิญมีการส่งมอบปีนี้และปีหน้ามูลค่าสูงถึง 67 หมื่นล้านบาท เป็นอีกตัวทำให้การขาดดุลบัญชีของไทยเพิ่มสูงอย่างไม่ปกติ
ขณะที่การนำเข้าของไทยมีปัญหาหดตัวรุนแรง ปีนี้การส่งออกที่คาดว่าจะได้ 45% แต่มาตอนนี้การส่งออกทั้งปีไม่น่าจะทำได้ถึง 3% ขณะที่การส่งออกของไทยปีหน้าก็ยังขยายตัวได้ยาก เพราะเศรษฐกิจของโลกยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน และความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทย ยังทำให้การส่งออกของไทยติดๆ ดับๆ
อีกด้านหนึ่งคือเรื่องการท่องเที่ยวของไทยที่ชะลอตัวจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปจำนวนมาก ทำให้เงินตราต่างประเทศลดลง ทำให้ช่องว่างของดุลชำระเงินมากขึ้น เป็นผลทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น
ความน่าเป็นห่วงของดุลบัญชีเดินสะพัด แม้ว่ายังขาดดุลน้อยไม่ได้สูงเหมือนตอนเกิดวิกฤตปี 2540 ที่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 8% เป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี จนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศและลุกลามไปหลายประเทศของโลก
นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการขาดดุลงบประมาณมาเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากการเก็บรายได้น้อยกว่ารายจ่าย และประเทศยังต้องใช้เงินเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมาก ซึ่งหากมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้นมา จะทำให้เกิดปัญหาขาดดุลแฝดเป็นภัยร้ายของเศรษฐกิจไทย ทางด้านเสถียรภาพยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะหากแก้ไขไม่ได้ในเวลาอันสั้น จะทำให้เครดิตของไทยถูกลดลงได้ในอนาคต และทำให้เศรษฐกิจไทยมีปัญหาเพิ่มขึ้น
ดังนั้น การบริหารเศรษฐกิจจะลืมเรื่องปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ก่อเค้าน่าเป็นห่วงเพิ่มขึ้นไม่ได้ การใส่ใจระวังแต่เรื่องหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างเดียวไม่พอ เพราะการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติไม่เชื่อมั่นที่จะมาลงทุนเศรษฐกิจไทยได้เหมือนกัน หากมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในภาวะสูง
หากดูปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจในปัจจุบัน การขยายตัวของไทยปีนี้มีปัญหาคาดว่าที่สุดแล้วขยายตัวได้ไม่ถึง 2% ต่อปี เนื่องจากการจัดระเบียบของ คสช. ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจที่เป็นเงินสีเทาและเงินค้าขายผิดกฎหมายหายไปจากระบบจำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยนอกประเทศ เรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แข็งแรง โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศยุโรปที่เริ่มกลับมามีปัญหา แม้แต่เศรษฐกิจประเทศเยอรมนีที่เคยแข็งแรง ล่าสุดก็มีการขยายตัวติดลบ ในส่วนของเศรษฐกิจญี่ปุ่นก็ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ผ่านมาขยายตัวติดลบ จากไตรมาสแรกขยายตัวเป็นบวก ขณะที่เศรษฐกิจประเทศจีนที่ยังขยายตัวได้สูง แต่ก็เป็นการขยายตัวแบบกระตุ้น ไม่ได้เป็นการโตได้ตามปกติ
ทั้งหมดส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทยที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจจะทำไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ รวมถึงการส่งออกยังมีเรื่องของขีดความสามารถการแข่งขัน การผลิตสินค้าส่งออกของไทยยังผลิตสินค้าประเภทเดียวกับที่ประเทศคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม จีน กัมพูชา ที่มีค่าแรงต่ำกว่าไทย ทำให้สินค้าส่งออกของไทยแข่งขันได้ยากมากขึ้น
เมื่อการส่งออกไทยขยายตัวได้ต่ำ แต่การนำเข้าของประเทศต้องเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวที่ยังชะลอตัว ล้วนเป็นปัญหานำไปสู่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศเท่านั้น และมาตรการของ คสช. ยังลดราคาน้ำมันเร่งการใช้ต้องนำเข้าเพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้เสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยเปราะบาง
ลำพังประเทศมีปัญหาเรื่องการขยายตัว ยังสามารถดึงความมั่นใจจากนักลงทุนต่างประเทศกลับมาได้ง่าย แต่หากมีปัญหาเสถียรภาพเข้ามาผสมโรงเพิ่มขึ้นจนเกิดเงินทุนไหลออก การเรียกความเชื่อมั่นของประเทศจะทำได้ยาก และอาจจะแก้ไขปัญหาได้ช้าจนเศรษฐกิจเสียหาย
ดังนั้น การคืนความสุขอย่างกรณีการลดราคาน้ำมันเป็นเรื่องที่ คสช. ต้องระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบด้านมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นการคืนความสุขอาจได้ผลแค่ระยะสั้น แต่เป็นยาขมและภัยร้ายทางเศรษฐกิจเหมือนกับโครงการประชานิยมของรัฐบาลที่ผ่านมาก่อนหน้านี้







