posttoday
มาเลเซีย-ไทยร่วมขุดน้ำมัน

มาเลเซีย-ไทยร่วมขุดน้ำมัน

30 สิงหาคม 2557

ยกแผนพัฒนาMTJAหารือปีหน้า พลังงานปรับใหญ่ลดใช้ก๊าซเหลือ30%

ยกแผนพัฒนาMTJAหารือปีหน้า พลังงานปรับใหญ่ลดใช้ก๊าซเหลือ30%

มาเลเซียไทย ร่วมมือทวิภาคีสำรวจปิโตรเลียม หลังพบบ่อน้ำมันในพื้นที่พัฒนาร่วมถึง 200 บ่อ

สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียรายงานว่า กรมศุลกากรของไทยและมาเลเซียวางแผนที่จะขยายและเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีในพื้นที่พัฒนาร่วมมาเลเซียไทย (เอ็มทีเจเอ) ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการประชุมครั้งที่ 19 ของคณะกรรมการร่วมด้านศุลกากรในการตัดสินใจเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความร่วมมือแบบเต็มรูปแบบในอาเซียน

ดาโต๊ะ ไซนูล อบิดิน ทาอิบ รองอธิบดีกรมศุลกากรมาเลเซีย กล่าวว่า จากการประชุมที่ผ่านมาทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงที่จะลดความซับซ้อนในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิธีการด้านความร่วมมือทวิภาคีให้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการสำรวจปิโตรเลียมระหว่างสองประเทศ

รองอธิบดีกรมศุลกากรมาเลเซีย ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จนถึงขณะนี้มีการพบจำนวนบ่อน้ำมันกว่า 200 บ่อ ในบริเวณพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย จึงจะต้องมีการร่วมมือกันพัฒนาต่อไป

อย่างไรก็ตาม การใช้แบบฟอร์มศุลกากรที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับมาเลเซีย อาจจะไม่สะดวกต่อผู้รับเหมาการดำเนินงานสำรวจปิโตรเลียม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกรมศุลกากรมาเลเซียยังกล่าวเสริมว่า มาเลเซียจะยกเรื่องนี้มาหารือกันอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการเอ็มทีเจเอครั้งที่ 20 ในปีหน้า ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ

สำหรับพื้นที่ความร่วมมือของเอ็มทีเจเอจำกัดวงบริเวณเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยตอนล่างที่ไทยและมาเลเซียอ้างสิทธิทับซ้อนกันมีเนื้อที่ประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูง โดยมีสัญญาว่าจะแบ่งปันผลประโยชน์กัน 50:50 โดยมีข้อตกลงเบื้องต้นของสัญญาซื้อขายก๊าซระหว่างเอ็มทีเจเอกับบริษัท ปตท.และบริษัท ปิโตรนาส ของมาเลเซีย โดยได้เจาะหลุมสำรวจแล้ว 29 หลุม พบแหล่งก๊าซ 15 แหล่ง

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลนี้ แต่จะติดตามตรวจสอบก่อนจะมีการหารือในรายละเอียดกับฝ่ายมาเลเซีย

ด้าน นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นเรื่องทิศทางพลังงานไทยถึงการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ พ.ศ. 2558-2579 ว่า แผนพีดีพีฉบับใหม่มีเป้าหมายต้องการลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติลงให้อยู่ที่ระดับ 30% จากปัจจุบัน 65% โดยจะไปเพิ่มเชื้อเพลิงชนิดอื่น เช่น ถ่านหิน พลังงานทดแทน และการซื้อไฟฟ้าประเทศเพื่อนบ้าน โดยกำหนดสัดส่วนเท่ากันประมาณ 30%

ทั้งนี้ ตามแผนพีดีพีฉบับปัจจุบันสัดส่วนการใช้ก๊าซฯ ไว้ 57% จึงเห็นว่าไทยพึ่งพาการใช้ก๊าซฯ ผลิตไฟฟ้ามาเกินไปจะมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้

ขณะที่จากการศึกษาพบว่า นิวเคลียร์มีต้นทุนค่าไฟ 2.78 บาท/หน่วย ชีวมวล 2.8-3.5 บาท/หน่วย ถ่านหิน 2.94 บาท/หน่วย พลังงานความร้อน 3.96 บาท/หน่วย ขยะ 4-6 บาท/หน่วย ลม 5-6 บาท/หน่วย แสงอาทิตย์ 8-9 บาท/หน่วย และกังหันแก๊ส 10.88 บาท/หน่วย

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก