ลดเหลื่อมล้ำ บิ๊กตู่ปักธงภารกิจครม.
โรดแมปทางการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ
โรดแมปทางการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับนับจากการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสำคัญๆ ไปหลายฉบับ
การเปิดรับสมัครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะปิดรับในวันที่ 2 ก.ย.นี้ ก็เห็นเค้าตัวบุคคลว่ากลุ่มไหนจะได้รับการคัดเลือกมาผลักดันวาระการปฏิรูปประเทศเป็นหลัก ขณะเดียวกันการเลือกบุคคลมาทำหน้าที่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ในเร็วๆ นี้ก็พอเห็นศักยภาพ “ครม.ประยุทธ์ 1” ว่าพอจะมีน้ำยาในการแก้ปัญหาชาติให้สำเร็จลุล่วงตามที่ได้ประกาศไว้ในหลายๆ เรื่องหรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ถึงการตั้ง ครม.ว่า ที่มีเสียงวิจารณ์ว่ามีนายทหารระดับสูงมาเป็นรัฐมนตรีจำนวนมากนั้น ไม่อยากให้ดูที่ตัวบุคคล แต่คำนึงถึงการทำงาน “ผมว่าอย่ามาดูตรงนี้ทหารมาก ทหารน้อย ผมใคร่ครวญดูกันแล้ว ถ้าไม่มีทหารเลยก็ไม่ได้ เพราะว่าความมั่นคงก็มีปัญหา ความสงบเรียบร้อยก็มีปัญหา
“บางคนบอกว่า เดี๋ยวต้องเอารุ่นพี่ไม่มี รุ่นน้องไม่มี แล้วถ้าผมไม่มีรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนที่ไว้ใจเข้ามาทำงานก็ไม่ได้อีก ผมพยายามที่จะเกลี่ยสัดส่วนต่างๆ ให้ดี อย่าระแวงกันจนเกินไปนัก และเถียงกันไปจนหาคนดีไม่ได้เลย ในวันนี้ผมไม่เข้าใจ ไม่จริงทุกอย่าง ผมเป็นคนตัดสินใจทั้งสิ้น ใครจะว่า ใครจะเสนอ ใครจะพูดกับใคร เดี๋ยวดูกันต่อไป
“ถ้าเขาทำงานไม่ดีก็ปรับใหม่ได้หมด รัฐบาลปรับได้ไม่รู้กี่ครั้ง ใครไม่ดีก็ออกไป ใครทำทุจริตก็ติดคุกไป ก็มีแค่นั้นจะกลัวอะไร ใช้กระบวนการประชาธิปไตยให้ถูกต้อง ไม่ใช่ไปไล่ล่าฆ่าฟัน วันนี้ผมไม่ใช่พรรคไหนเลย เป็นพรรคของคนไทย เดินหน้าประเทศไทย ฉะนั้นไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ไม่มี ผมต้องการให้ทุกคนมองชาติเป็นหลัก
“อย่าสนใจตัวบุคคลให้มากนัก เพราะฉะนั้นเราคงไม่ปล่อยให้ใครมาขัดขวางการทำหน้าที่ มีแต่อยากให้มาสนับสนุนเราให้มากขึ้น ทุกคนมาแสดงความคิดเห็น ผมรับฟังความคิดเห็นทุกคนบางครั้งก็ปวดหัวเหลือเกินเพราะข้อเสนอมาก เป็นร้อยเป็นพันเรื่อง
“ผมก็รับทุกเรื่อง นำมาใคร่ครวญ นำมาไตร่ตรอง นำมาสั่งการ นำมาหารือที่ปรึกษามีไม่รู้กี่คณะ ไม่ใช่คณะเดียว มีทั้งในระบบ นอกระบบ เอาต์ซอร์สต่างๆ มากมายไปหมด นักวิชาการมีมากมายก็ต้องดูทั้งหมด แล้วมาย่อยให้ตรงกัน แล้วอะไรทำได้ก็ทำ นั่นคือการทำงานของผม” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้ได้ร่างยุทธศาสตร์การบริหารประเทศไว้แล้ว มีทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาวตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนที่ 11 และแผนต่อๆ ไป โดย ครม.จะต้องดำเนินการตามนี้ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่า จะส่งเสริมการลงทุนในภาคต่างๆ การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างรายได้ให้เกษตรกรและประชาชนผู้มีรายได้น้อย การปรับโครงสร้างภาษีให้เกิดความเป็นธรรม ปัญหาปากท้องประชาชน
“เหล่านี้เป็นความท้าทายที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมกับประเทศในภูมิภาค และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของไทยสู่ระดับภูมิภาครองรับการเป็นประชาคมอาเซียน”
นายกฯ ยอมรับว่า ปัจจุบันขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยยังอยู่ในระดับปานกลาง มีจุดด้อยที่ระบบราชการ โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ระบบการศึกษา การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ กฎหมายและการอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจของนักธุรกิจต่างชาติ
“จากศักยภาพเราในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยจะต้องใช้เวลาอีกกว่า12 ปี เพื่อจะก้าวผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลางเข้าสู่ประเทศรายได้สูง ในขณะที่เพื่อนบ้านบางประเทศจะเข้าสู่ประเทศรายได้สูงด้วยระยะเวลาอีกเพียง 6 ปีเท่านั้น เราคงต้องเร่งรัด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เรื้อรังและดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้น คือความเหลื่อมล้ำของโอกาสสร้างรายได้ กระจายรายได้ และกระจายความมั่งคั่งที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่คนจนรายได้น้อยยังขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาชั้นมัธยมปลายและอุดมศึกษา
รวมทั้งโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยขยายโอกาสในการสร้างรายได้ก็ยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้การหลุดพ้นจากวงเวียนความยากจนเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
อีกปัญหาสำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนยันว่าจะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้ได้ภายใน 1 ปี โดยจะกำหนดเรื่องนี้ไปอยู่ในทุกกลุ่มปฏิรูป







