
มติสนช.รับหลักการกฎหมายคุ้มครองคนค้ำประกัน
สนช.มีมติเอกฉันท์รับหลักการกฎหมายคุ้มครองคนค้ำประกัน กฤษฎีกา แจง ครอบคลุมถึงการค้ำคนเข้าทำงานด้วย โดยไม่ต้องรับผิดชอบไปตลอดชีวิต
สนช.มีมติเอกฉันท์รับหลักการกฎหมายคุ้มครองคนค้ำประกัน กฤษฎีกา แจง ครอบคลุมถึงการค้ำคนเข้าทำงานด้วย โดยไม่ต้องรับผิดชอบไปตลอดชีวิต
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 170 เสียง รับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 15 คน พิจารณาในรายละเอียด
ทั้งนี้ กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันในกรณีหนี้ในอนาคตหรือหนี้ที่มีเงื่อนไขให้มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น แก้ไขเพิ่มเติมให้การค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข ต้องกำหนดรายละเอียดของหนี้และขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำประกัน รวมทั้งจำกัดความผิดชอบผู้ค้ำประกันไว้เฉพาะหนี้ตามสัญญานั้นเป็นต้น จากเดิมที่ผู้ค้ำประกันไม่ได้รับความคุ้มครอง จนต้องกลายเป็นผู้ถูกฟ้องล้มละลาย
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสนช. แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันมีการทำสัญญาค้ำประกันหลายรูปแบบตามที่สถาบันการเงินและนิติบุคคลกำหนด จึงไม่แน่ใจว่าร่างพระราชบัญญัตินี้จะครอบคลุมหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นกรณีที่ผู้กู้เงินกลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถขึ้นมาจะมีผลให้ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบหนี้ดังกล่าวต่อไปหรือไม่ หรือในกรณีการค้ำประกันการเข้าทำงานให้กับบุคคล ผู้ค้ำประกันยังจะต้องค้ำประกันบุคคลนั้นต่อไปจนกว่าบุคคลดังกล่าวจะพ้นสภาพการทำงานหรือไม่ เนื่องจากเจตนารมณ์ในครั้งแรกของการค้ำประกันบุคคลก็เพื่อให้บุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งที่ทำการ ไม่ใช่การค้ำประกันไปตลอด
นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกสนช. กล่าวว่า ทำไมเมื่อในร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องมีการระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกันแล้ว แต่ทำไมในกรณีของการค้ำประกันตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด การออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิต สัญญาก่อหนี้หมุนเวียน ถึงได้รับการยกเว้นการระบุเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เพราะตามปกติในสัญญาจะมีการกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว จึงถือว่าไม่เป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันที่ต้องรับภาระหนี้ที่สามารถถูกคิดดอกเบี้ยทบต้นได้
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงว่า การค้ำประกันในกรณีการรับบุคคลเข้าทำงานนั้นถ้าในอนาคตกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะมีผลให้จะต้องมีการระบุในสัญญาค้ำประกันให้บุคคลเข้าทำงานให้ชัดเจนว่าผู้ค้ำประกันได้ทำการค้ำประกันให้กับบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งอะไร ระยะเวลาเท่าไหร รวมไปถึงจำนวนเงินสูงสุดสำหรับการค้ำประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จากเดิมที่มักมีสัญญาที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบบุคคลนั้นจนกว่าจะสิ้นสุดการทำงาน
นายปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับข้อยกเว้นการกำหนดระยะเวลาในก่อหนี้ที่จะค้ำประกันให้กับกรณีการค้ำประกันตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด เพราะหนี้ดังกล่าวเป็นการก่อหนี้เพื่อดำเนินการทางธุรกิจ ซึ่งมีลักษณะของการอาศัยความเชื่อถือและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงอาจยกเว้นเรื่องการกำหนดระยะเวลาได้ อย่างไรก็ตาม ในกฎหมายยังบังคับใช้จะต้องกำหนดจำนวนเงินของการค้ำประกันเอาไว้เหมือนเดิม







