
ยกฟ้องอดีตอธิบดีกรมพลศึกษาทุจริตสร้างสนามกีฬาคลอง6
อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก ทุจริตก่อสร้างสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 ปทุมธานี ระบุเป็นการกระทำตามหน้าที่ เจ้าตัวโอดขอให้ยุติกันแค่นี้
อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก ทุจริตก่อสร้างสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 ปทุมธานี ระบุเป็นการกระทำตามหน้าที่ เจ้าตัวโอดขอให้ยุติกันแค่นี้
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาของอุทธรณ์ คดีทุจริตก่อสร้างสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ หมายเลขดำ อ.3014/52 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุวรรณ กู้สุจริต อายุ 73 ปี อดีตอธิบดีกรมพลศึกษาและอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ 1 นายสมเกียรติ ตงศิริ อายุ 62 ปี เจ้าหน้าที่บริหารงานออกแบบก่อสร้าง สำนักการกีฬา ที่ 2 นายบัณฑิต ปลีหจินดา อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่พัสดุ 7กองคลัง ที่ 3 นายวิทยา วงษ์สมาน อายุ 66 ปี อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงาน 7 สำนักกีฬา ที่ 4 นายประพัน ไพรอังกูร อายุ 54 ปี นายช่างไฟฟ้า 5 สำนักกีฬา ที่ 5 นายปกรณ์ ปั้นจั่น อายุ 42 ปี นายช่างเขียนแบบ 4 สำนักกีฬา ที่ 6 นายสมศักดิ์ อยู่คง อายุ 69 ปี ผอ.วิทยาลัยพลศึกษา กรุงเทพฯ ที่ 7 นายสมพงษ์ ผาสุข อายุ 55 ปี นายช่างโยธา 5 ที่ 8 นายพีชเรข พิริยหะพันธุ์ อายุ 69 ปี ผอ.สำนักพัฒนาการกีฬา ที่ 9 นายพีระพงศ์ สุวรรณราช อายุ 58 ปี อดีตเจ้าหน้าที่พลศึกษา 6 ที่ 10 และนายบุญชู วงศ์กิจรุ่งเรือง อายุ 59 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินเตอร์ แอร์ ซัพพลาย จำกัด ที่ 11 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 11ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ
กรณีการทุจริตโครงการก่อสร้าง 2 โครงการ คือ โครงการที่ 1 โครงการก่อสร้างและปรับปรุงสนามกีฬา สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 และเฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ 7 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ (คลอง 6 ต.ธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 4 หมวดงาน ด้วยวิธีพิเศษ โดยมีบริษัท สยามอินเตอร์แอร์ จำกัด โดยนายบุญชู จำเลยที่ 11 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ประมูล ก่อสร้างหมวดงานที่ 4 อาคารบริการกลาง กรมพลศึกษา ราคา 97,187,446 บาท สำหรับโครงการที่ 2 ก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งกรมพลศึกษาได้ทำสัญญาจ้างบริษัท แปซิฟิก แอสโซซิเอท กรุ๊ป จำกัด ก่อสร้างในวงเงิน 1,623 ล้านบาท ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นประธานการตรวจรับงาน และจำเลยที่ 2-10เป็นกรรมการตรวจรับงาน
ในคดีนี้คณะกรรมการป้องกันละปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้ มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียงว่า จำเลยทั้ง11 รายกระทำความผิด
อย่างไรก็ตามคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 11 คน เนื่องจากเห็นว่า พยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดพวกจำเลยได้ ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันโดยละเอียดแล้วเห็นว่า ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้รับฟังได้ว่า พวกจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำให้ราชการเสียหายแต่อย่างใด โดยเฉพาะการกระทำของจำเลยที่ 1ในฐานะประธานการตรวจรับงาน ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจตามอำนาจหน้าที่โดยรอบคอบตามกฎหมายแล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ภายหลังฟังคำพิพากษา นายสุวรรณ กู้สุจริต กล่าวว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนส่วนตัวแล้วรู้สึกเห็นใจ ปปช.ที่ได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องจากนักการเมืองจึงมีมติ 9-0 เสียงชี้มูลว่า ตนกระทำผิด แต่พอมาถึงชั้นศาลก็ไม่เห็นมีนักการเมืองมาเบิกความเป็นพยานโจทก์แต่อย่างใด สุดท้ายแล้วศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็เห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิด ส่วนโจทก์จะยื่นฎีกาหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่อยากขอความเห็นใจเพื่อให้คดีมันจบลงเพราะทุกข์ทรมานนานนับสิบปี ปัจจุบันก็ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ส่วนการเมืองก็หมดอนาคตเพราะถูกดำเนินคดีนี้ แต่ก็ไม่คิดจะไปฟ้องกลับใคร







