
เกษตรฯโต้ขายยางไม่ขัดศาล
ขายยางในสต๊อกบานปลาย เตือนปลัดเกษตรฯ พิจารณารอบคอบ
ขายยางในสต๊อกบานปลาย เตือนปลัดเกษตรฯ พิจารณารอบคอบ
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ขายยางในสต๊อกรัฐบาลราคาต่ำกว่ารับซื้อถึงกว่า 50% นั้น เป็นการอนุมัติเห็นชอบในกรอบให้ดำเนินการขายยางในสต๊อกของรัฐ 2.1 แสนตัน โดยผู้ซื้อที่เสนอราคาสูงสุดนั้นไม่อยู่ในกลุ่ม 5 เสือผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของไทยแต่เป็นเทรดเดอร์
อย่างไรก็ตาม มติ คสช.กำหนดให้ทำการขายอย่างระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อราคา ดังนั้นในการขายจะเปิดแอล/ซีล็อตละ 1 แสนตัน
“ความต้องการใช้ยางของทุกหน่วยงานในไทยมากที่สุดปีละ 1 หมื่นตัน ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะหมด จึงขอเจ็บแต่จบในครั้งเดียว” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับกรณีที่เครือข่ายเกษตรกรได้ยื่นร้องต่อศาลปกครองไว้นั้น แหล่งข่าวชี้แจงว่าการขายยางไม่เกี่ยวกับศาลปกครอง เนื่องจากศาลจะพิจารณาเฉพาะคดีที่เป็นคำสั่งและเป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน ไม่พิจารณาเรื่องนโยบาย ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายเกษตรกรร้องว่า คณะกรรมการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) มีมติขายยางสวนกับมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่ไม่ให้ขาย
ทั้งนี้ ต่อมา กนย.มีมติให้ขายได้ ทาง อ.ส.ย.จึงดำเนินการขายยาง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะชี้แจงต่อศาลปกครองต่อไป
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ อ.ส.ย.อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขการส่งมอบยางให้กับผู้ที่ยื่นเสนอราคาสูงสุด โดยเงื่อนไขว่าจะต้องรับมอบยางภายใน 3 เดือน เพราะตามระเบียบถ้าส่งมอบภายใน 2 เดือน จะต้องให้ส่วนลดเอกชน 2.5%
แหล่งข่าวจากวงการค้ายาง เปิดเผยว่า บริษัทที่ร่วมซื้อยาง 2.1 แสนตัน จากกระทรวงเกษตรฯ มี 10 ราย บริษัท ยี่ฟังเหลียน ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ นอมินีของผู้มีชื่อเสียงที่รู้จักกันดีในวงการยางเสนอราคาดีที่สุดเฉลี่ย 58-62 บาท/กก.
ดังนั้น จากนี้จึงต้องจับตาว่าการซื้อขายยางในราคาต่ำกว่าที่รัฐใช้เงินไปแทรกแซงราคากว่า 50% จะขัดคำสั่งศาลปกครองที่มีการร้องคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานชุมนุมสหกรณ์เกษตรอุตสาหกรรมการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันที่ 26 ส.ค.นี้ จะเข้าพบ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เพื่อขอความชัดเจน ที่ คสช.อนุมัติขายยาง 2.1 แสนตัน เพราะร้องต่อศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราวและระงับการขายยางไว้แล้ว







