
สหรัฐมองเอเชีย (ตอนจบ)
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเกริ่นเรื่องนโยบายปรับสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐสู่ทวีปเอเชีย ที่สหรัฐให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้นไปแล้ว วันนี้จะมากล่าวถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับเอเชียกันต่อครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเกริ่นเรื่องนโยบายปรับสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐสู่ทวีปเอเชีย ที่สหรัฐให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้นไปแล้ว วันนี้จะมากล่าวถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับเอเชียกันต่อครับ
ถ้าพิจารณาจากข้อได้เปรียบจากคุณลักษณะของเอเชียเอง ก็ดูจะน่าดึงดูดความสนใจจากสหรัฐไม่น้อย คุณลักษณะดังกล่าว ได้แก่ 1) เอเชียเป็นแหล่งอาศัยของประชากรมากกว่าครึ่งโลก เฉพาะประชากรของจีน (1,300 ล้าน) และอินเดีย (1,200 ล้าน) ก็เกือบจะมีจำนวนครึ่งหนึ่งของประชากรโลกแล้ว 2) เอเชียเป็นทวีปที่เป็นที่ตั้งของประเทศที่ถือว่ามีขนาดความเป็นประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดในโลกนั่นก็คือ อินเดีย 3) เอเชียเป็นที่ตั้งของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ของโลกรองจากสหรัฐ ได้แก่ จีนและญี่ปุ่น 4) เอเชียเป็นที่ตั้งของประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย และ 5) เอเชียเป็นที่ตั้งของ 4 เสือมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น
จากการรายงานของสถาบันด้านเสรีภาพโลกที่มีชื่อว่า “Freedom House” พบว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เอเชียแปซิฟิกเป็นดินแดนเพียงแหล่งเดียวในโลกเท่านั้นที่มีสถิติด้านสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพของพลเมืองดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและมั่นคง และสำนักด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศอีกหลายสำนักต่างรายงานว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีอนาคตด้านเศรษฐกิจมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ
ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับเอเชียนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจหลักๆ 2 ประการ ได้แก่ 1) เอเชียเป็นภูมิภาคเป้าหมายอันดับ 1 ด้านการส่งออกสินค้าสหรัฐ โดยปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจากสหรัฐไปยุโรปถึงกว่า 50% 2) ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าทั้งการลงทุนโดยตรงจากสหรัฐสู่เอเชีย และจากเอเชียสู่สหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยมีประเทศจีน อินเดีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เป็น 4 ใน 10 ประเทศที่มีสถิติการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐ
ส่วนความมั่นคงที่โดดเด่น ได้แก่ การที่สหรัฐลงนามในสนธิสัญญาด้านความมั่นคงกับ5 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และไทย รวมทั้งการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับบรูไน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และไต้หวัน รวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับพม่า แถมปัจจุบันสหรัฐมีฐานทัพอยู่ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาคด้วย
กล่าวโดยสรุป สหรัฐและเอเชียมีความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจเป็นไปในแบบผลประโยชน์ร่วมกันผ่านทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐที่เรียกว่า “นโยบายปรับสมดุลเชิงยุทธศาสตร์สู่เอเชีย”







