posttoday
เร่งลงทุนภาครัฐสะดุดติดล็อกล้างทุจริต

เร่งลงทุนภาครัฐสะดุดติดล็อกล้างทุจริต

21 สิงหาคม 2557

ความพยายามเร่งการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ความพยายามเร่งการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีต่อเนื่อง โดยมองข้ามช็อตหวังเป็นไม้เด็ดขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าให้ขยายตัวได้สูง หลังจากปีนี้น่าจะขยายตัวได้เพียง 2%

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธานหัวโต๊ะเร่งรัดการลงทุนของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมีการเคาะการลงทุนระบบไฟฟ้าถึง 6 โครงการ มูลค่า 1.72 แสนล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจหลายแห่งก็ประสานเสียงเคาะการลงทุน ทั้งด้านคมนาคมขนส่งรถไฟฟ้ารวม3.8 หมื่นล้านบาท บริษัท ท่าอากาศยานไทย เห็นชอบการพัฒนาสนามบิน 3 แห่ง วงเงิน 7.64 หมื่นล้านบาท

ไม่รวมกับก่อนหน้านี้ ที่ คสช.เข็นการลงทุน ทั้งเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2557 ที่ค้างท่อจากปัญหาการเมืองประมาณ 23 แสนล้านบาท การเร่งทำงบประมาณปี 2558 เพื่อให้ใช้เบิกจ่ายได้ทันวันที่ 1 ต.ค. 2557 ทำให้การเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุน 34 แสนล้านบาท สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง รวมทั้งการอนุมัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง 2.4 ล้านล้านบาท ที่เป็นการลงทุนในระยะปานกลาง เพื่อดันเม็ดเงินให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความพยายามผลักดันเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก แต่การดำเนินการจริงกลับไม่คืบหน้า เพราะมีการกลั่นกรองเพื่อป้องกันการทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ประเทศเสียหาย ทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ขึ้นมาตรวจโครงการลงทุนที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท จนการลงทุนมีปัญหาหลายโครงการ มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และยังให้กระทรวงการคลังตรวจสอบโครงการลงทุนและการทำธุรกรรมของรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท จนการลงทุนจำนวนมากเดินหน้าไม่ได้

ปัญหาการเบิกจ่ายงบลงทุนเห็นได้ชัดจากการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2557 วงเงิน 4.28 แสนล้านบาท เบิกจ่ายได้ 2.28 แสนล้านบาท หรือ 53.32% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 20.68% ในจำนวนนี้เป็นการเบิกจ่ายงบลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านกระทรวงมหาดไทยถึง 1 แสนล้านบาท ทำให้ไม่มีการเบิกจ่ายเม็ดเงินที่แท้จริงลงสู่ท้องถิ่น

ด้านงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 3.64 แสนล้านบาท ก็มีการเบิกจ่ายจริงประมาณ1 แสนล้านบาท หรือ 30% ของงบลงทุนเท่านั้น

ที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมีปัญหาตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมามีการยุบสภาเมื่อปลายปี 2556 เมื่อ คสช.เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่เดือน พ.ค. 2557 มีเป้าหมายเร่งการลงทุน ปลดล็อกการเบิกจ่ายเงินให้รวดเร็ว หวังอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นการเร่งด่วน แต่นโยบายการแก้ปัญหาทุจริตอย่างเข้มข้นก็ทำให้การเบิกงบลงทุนไม่คืบหน้า ส่งผลให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ต่ำไม่ถึง 3% ตามที่ คสช.คาดหวังไว้

การสางทุจริตถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะถือเป็นมะเร็งร้ายของประเทศ ทำให้ประเทศเสียหายจำนวนมหาศาล

แต่การปราบปรามทุจริตของ คสช.ที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนจำเป็นต้องมีการเอกซเรย์ที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ไม่ควรปูพรมจนทำให้การลงทุนเป็นอัมพาต ทั้งโครงการที่สงสัยว่ามีความไม่ชอบมาพากลและโครงการที่โอกาสทุจริตน้อย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในอนาคตโตได้ยาก

ดังนั้น หาก คสช.ตรวจสอบการทุจริตในโครงการลงทุนต่างๆ ล่าช้า ก็จะทำให้การลงทุนในปีงบประมาณ 2558 และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น

เพราะหากพิจารณาการเบิกจ่ายงบลงทุนของประเทศที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ได้มีอุปสรรคจากการตรวจสอบทุจริตที่ทำให้ล่าช้าอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีปัญหาด้านอื่นๆ ทั้งรายได้ที่ไม่พอกับเม็ดเงินที่ต้องลงทุน ขณะที่การกู้เงินมาลงทุนมีข้อจำกัดเรื่องเพดานหนี้ของประเทศสูง การเดินหน้ากองกองทุนอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ และการร่วมลงทุนรัฐเอกชนในรูปแบบพีพีพีก็ยังหวังไม่ได้มาก เนื่องจากการตั้งกองทุนอินฟราฯ ยุ่งยาก ต้นทุนสูงกว่าเงินกู้ ขณะที่การร่วมทุนพีพีพีที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 7,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2558ยังต้องรอออกกฎหมายลูกอีกถึง 8 ฉบับซึ่งกว่าจะดำเนินการได้ก็เป็นปีหน้า

นอกจากนี้ การลงทุนของประเทศยังมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องแก้ไข เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเหมือนที่ผ่านมา ทั้งกฎหมายต่างด้าว กฎหมายเกี่ยวกับการอนุญาตให้ชาวต่างประเทศทำงานในไทย ที่ควรจะมีความสะดวกและจูงใจมากกว่านี้

ขณะเดียวกันยังมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลายเรื่องที่จะอนุญาตให้นักลงทุนเข้ามาเปิดโรงงาน จะต้องมีการพิจารณาให้มีการดำเนินการชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อไม่ให้ถูกชุมชนฟ้องร้องเรื่องกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ที่มีการฟ้องร้องศาลจนถูกสั่งระงับการผลิต กระทบความเชื่อมั่นของผู้ที่จะเข้ามาลงทุน

ทั้งหมดเป็นปัญหาการเบิกจ่ายเงินลงทุนของประเทศทั้งสิ้น ดังนั้นการจะทำให้เม็ดเงินลงทุนลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว คสช.ต้องเร่งตรวจสอบการทุจริตเพื่อปลดล็อกให้การลงทุนเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหากปล่อยให้การตรวจสอบทุจริตล่าช้าเท่าไร ย่อมกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากเท่านั้น

หากพิจารณาจากการประเมินของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ล่าสุด ที่ปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจจาก 1.52.5% เหลือ 1.52%ต่อปี เพราะการส่งออกขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ การลงทุนของภาคเอกชนยังไม่ฟื้น การบริโภคยังไม่กระเตื้องเท่าที่ควร ดังนั้นการใช้จ่ายภาครัฐโดยเฉพาะการเบิกจ่ายการลงทุนจึงเป็นกำลังสำคัญของการขยายตัวเศรษฐกิจในปีหน้าและระยะปานกลาง

ดังนั้น คสช.จึงไม่มีทางเลือกเพราะการลงทุนก็ต้องเร่งเดินหน้า การล้างทุจริตก็เป็นเรื่องที่ทิ้งไม่ได้ ปัญหาจึงอยู่ที่การสางทุจริตต้องรวดเร็ว เพื่อไม่ให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของประเทศมีปัญหาอุปสรรคเพิ่มจนการเบิกจ่ายไม่คืบหน้าอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว