posttoday
ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

20 สิงหาคม 2557

ได้อธิบายถึงสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพไปแล้ว ก็ขอต่อด้วยเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพอีกครั้ง เพราะข้อมูลที่ได้รับจาก ดร.ธนิต ชังถาวร ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ยังมีอยู่อีกที่เห็นว่าควรจะเผยแพร่ให้ทราบกัน โดยเฉพาะในแง่ของภาคเอกชน เพราะหลายๆ ประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาก็เริ่มดึงเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง และถึงแม้ว่าวันนี้ยังเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่ในอนาคตข้างหน้า หลากประเทศโดยเฉพาะสหภาพยุโรปอาจมีการริเริ่มในการนำแนวคิดเรื่องธุรกิจกับความหลายหลายทางชีวภาพมาเป็นข้อกีดกันทางการค้าก็ได้ ซึ่งภาคธุรกิจไทยในฐานะที่ต้องพึ่งพาการส่งออกอยู่มาก จำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมตัวไว้บ้าง

ได้อธิบายถึงสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพไปแล้ว ก็ขอต่อด้วยเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพอีกครั้ง เพราะข้อมูลที่ได้รับจาก ดร.ธนิต ชังถาวร ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ยังมีอยู่อีกที่เห็นว่าควรจะเผยแพร่ให้ทราบกัน โดยเฉพาะในแง่ของภาคเอกชน เพราะหลายๆ ประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาก็เริ่มดึงเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง และถึงแม้ว่าวันนี้ยังเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่ในอนาคตข้างหน้า หลากประเทศโดยเฉพาะสหภาพยุโรปอาจมีการริเริ่มในการนำแนวคิดเรื่องธุรกิจกับความหลายหลายทางชีวภาพมาเป็นข้อกีดกันทางการค้าก็ได้ ซึ่งภาคธุรกิจไทยในฐานะที่ต้องพึ่งพาการส่งออกอยู่มาก จำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมตัวไว้บ้าง

เมื่อพูดถึงตรงนี้คงเป็นที่สนใจขึ้นบ้างแล้วว่าความหลากหลายทางชีวภาพเกี่ยวข้องอะไรกับธุรกิจ ก็ขอเรียนว่า ความตกลงระหว่างประเทศนั้นมีอยู่ฉบับหนึ่งที่เรียกว่า อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (The Convention on Biological Diversity CBD) ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ 3 ประการหลัก คือ ให้มีการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันระหว่างผู้นำทรัพยากรชีวภาพไปใช้กับเจ้าของทรัพยากรชีวภาพนั้นๆ ซึ่งหลักการสำคัญ 3 ประการนี้แม้ใน WIPO (องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก) จะยังไม่ยอมรับ แต่ที่ประชุมสุดยอดที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) ได้ให้การรับรองแล้ว นอกจากนี้ในการประชุมของประเทศภาคีสมาชิกครั้งที่ 8 เมื่อปี ค.ศ. 2006 ได้ให้ความสำคัญกับการให้เอกชนเข้ามาช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และในการประชุมครั้งต่อมา (ครั้งที่ 10) จึงได้มีการกำหนดแนวทางร่วมกันที่จะตั้ง Secretariat of the Convention on Biological Diversity หรือ SCBD ขึ้น เพื่อจะกระตุ้นให้ภาคธุรกิจตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการประสานดำเนินงานกันทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสีย โดยให้เป็นการดำเนินงานในระดับนานาชาติ

SCBD มีหน้าที่ในการกระตุ้นให้เกิดธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ มีการอำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างโครงการต่างๆ ในระดับนานาชาติ รวมถึงการจัดประชุมต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและความหลากหลายทางชีวภาพด้วย นอกจากนี้ยังประสานงานกับผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศขึ้นเรียกว่า “Platform” หรือเรียกชื่อกันเต็มๆ ว่า Global Platform on Business and Biodiversity ทั้งนี้ SCBD ตั้งเป้าที่จะพัฒนากลไกในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพไว้ด้วย โดยกลไกใหม่ๆ เหล่านั้นต้องนำมาใช้กับภาคธุรกิจได้ด้วย

ที่สำคัญคือ ต่อมาได้มีการนำแนวคิดนี้ไปใช้กันมากขึ้นในลักษณะที่ว่า เมื่อจะให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Dustainanle Development) จะต้องมีความรับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพด้วย และผู้ที่จะต้องรับผิดชอบก็คือภาคธุรกิจ โดยเรียกชื่อแนวคิดนี้ว่า “Business @ Biodiversity Platform” และขณะนี้หลายๆ ภูมิภาค เช่น บางประเทศในยุโรป (เบลเยียม เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสเปน) เอเชีย (ญี่ปุ่น) อเมริกา (บราซิล) เป็นต้น ได้มีการพัฒนาแนวคิดนี้และเริ่มมีการดำเนินการกันแล้ว

สหภาพยุโรป (EU) ได้จัดทำโครงการ European Business @ Biodiversity Campaign โดยสนับสนุนภาคธุรกิจทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ให้เข้าร่วมโครงการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาประเทศร่วมกันไปด้วยในการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่จะแสวงหาแต่ผลประโยชน์และกำไรเพียงอย่างเดียว

ญี่ปุ่น โดยกลุ่มธุรกิจที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่อนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ เรียกชื่อว่า “Japan Business Initiative for Biodiversity (JBIB’s Activities)” มี Council on Competitive Nippon (COCN) ทำหน้าที่ผลักดันแนวคิดในการส่งเสริมให้แต่ละธุรกิจทำการประเมินตนเองว่า มีปัจจัยในการดำเนินธุรกิจใดบ้างที่เกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และสนับสนุนให้แต่ละธุรกิจปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพไว้ เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่ได้มีการริเริ่มดำเนินการมากนัก โดยในปัจจุบันสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน) หรือ BEDO อยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำ Thailand Business @ Biodiversity Platform ขึ้น เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการของไทยได้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพต่อไป

ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ เราคงจะได้เห็น “หน้าตาของ Thailand Business @ Biodiversity Platform” ว่าจะเป็นอย่างไร

ยิ่งไทยมีแนวทางปฏิบัติดังกล่าวได้เร็ว นอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับภาคธุรกิจของไทยแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพของไทยไว้ให้ยั่งยืนด้วย และยิ่งกว่านั้น ในฐานะที่ประเทศไทยมีความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพสูง หากมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและปฏิบัติได้ตามนั้น นอกจากจะป้องกันการถูกกีดกันทางการค้าแล้ว ยังสามารถนำแนวปฏิบัตินั้นมาเป็นเงื่อนไขกับสินค้าและบริการที่จะนำเข้าได้ด้วย เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพได้ทั่วโลก บราซิลก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพเช่นเดียวกัน และผู้เขียนคาดว่าน่าจะมีแนวคิดในทำนองนี้เช่นกัน

ช่วงนี้ท่านผู้อ่านจะได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพมากหน่อย โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์นี้กำลังมีการจัดเวทีปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) โดยจะพูดกันในเรื่องของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายในระเบียงนวัตกรรมชีวการแพทย์ เขียนชื่อเป็นทางการแบบนี้อาจจะเข้าใจยาก คิดว่ามีการพิมพ์ผิด “ระบงระเบียง” มาจากไหนกัน ผู้เขียนเองก็ยังงงๆ ต้องมาอ่านภาษาอังกฤษ ไม่ใช่จะดัดจริต แต่อาจเป็นเพราะอ่านแล้วไม่ค่อยเป็นวิชาการเท่าไร ก็เลยขอนำภาษาอังกฤษมาลงไว้ด้วยว่าเป็น “Biomedical Innovation Corridor” โดยเวทีนี้จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ เพื่อนำไปทำเป็นแผนที่นำทาง (Road Map) ในการปฏิรูป วทน.ต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ